แชร์ 8 เทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพ ให้รูปออกมาว้าว ดูน่าสนใจกว่าเดิม

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังเริ่มต้นถ่ายภาพ อาจจะมุ่งความสนใจไปยังการตั้งค่ากล้อง ค่าความเร็วชัตเตอร์ ค่า ISO หรือความกว้างของรูรับแสงเป็นหลัก เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดและแสงพอดี แต่หนึ่งสิ่งที่ทำให้ภาพถ่ายดูโดดเด่น สื่ออารมณ์ และดึงดูดสายตาได้มากที่สุดไม่ใช่เพียงเรื่องของการตั้งค่ากล้องเพียงอย่างเดียว แต่คือ "ศิลปะ" ในการมองเห็นภาพ หรือที่เราเรียกกันว่า การจัดองค์ประกอบภาพ (Composition) นั่นเอง

รู้จักทฤษฎีการจัดองค์ประกอบภาพ

การจัดองค์ประกอบภาพ หรือ Composition คือ การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ ฉากหลัง เส้น สี และแสงเงาในเฟรมภาพ ให้ออกมามีความสมดุล สวยงาม มีระเบียบ และน่าสนใจ เปลี่ยนจากภาพธรรมดา ให้เป็น "ผลงานศิลปะ" เพราะไม่ว่าคุณจะถือกล้อง Nikon รุ่นใหม่ที่มีสเปกเทพแค่ไหน แต่หากขาดความเข้าใจในการจัดวางองค์ประกอบ ภาพที่ได้ก็อาจจะดูธรรมดา ขาดจุดเด่น และไม่สื่อความหมายที่ชัดเจน


ในวันนี้ Nikon Sales Thailand จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพพื้นฐาน ที่จะเปลี่ยนมุมมองการถ่ายภาพของคุณให้ดูสวยงาม มีมิติ และมีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

การจัดองค์ประกอบภาพมีกี่ลักษณะ?

คำตอบ คือ มีหลากหลายเทคนิคมาก ตั้งแต่เทคนิคการถ่ายรูปขั้นพื้นฐานไปจนถึงเคล็ดลับขั้นสูงที่ตากล้องมืออาชีพนิยมใช้งาน โดยเทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพที่เป็นที่นิยม มีดังนี้

1. กฎสามส่วน (Rule of Thirds)

กฎสามส่วน หรือที่เรียกกันว่า “Rule of Thirds” คือ หนึ่งในการจัดองค์ประกอบภาพที่ง่ายและทรงพลังที่สุด และเป็นเทคนิคแรกๆ ที่ช่างภาพทุกคนควรรู้จัก โดยให้จินตนาการว่ามีเส้นตีตารางแบ่งภาพออกเป็น 9 ช่องเท่าๆ กัน (เส้นแนวนอน 2 เส้น และเส้นแนวตั้ง 2 เส้น) โดยมีจุดที่เส้นเหล่านี้ตัดกันทั้ง 4 จุด คือ "จุดตัดเก้าช่อง" ซึ่งเป็นจุดที่สายตามนุษย์มักจะโฟกัสไปเป็นอันดับแรกโดยธรรมชาติ

ในการถ่ายภาพ การวางวัตถุหลักไว้ที่จุดตัดเหล่านั้น จะทำให้ภาพดูสมดุลและน่าสนใจมากกว่าการวางไว้ตรงกลางทื่อๆ หรืออาจแบ่งภาพที่จะถ่ายออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน จะถ่ายเป็นแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้ แล้วจัดวางตัวแบบหรือวัตถุที่ต้องการโฟกัสให้อยู่ในพื้นที่ 1/3 ส่วน หรือ 2/3 ส่วน จะช่วยให้ภาพดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ กล้องสมัยใหม่ รวมถึงกล้อง Nikon รุ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ หรือมิเรอร์เลสเซนเซอร์ฟูลเฟรมอย่างกล้อง Nikon Z5II  และกล้อง Nikon Z6III ต่างก็มาพร้อมฟังก์ชัน Grid Display ที่ช่วยตีเส้นให้ผู้ใช้งานเห็นบนหน้าจอขณะถ่ายภาพจริงได้เลย

2. เส้นนำสายตา (Leading Lines)

อีกหนึ่งเทคนิคยอดฮิตและทำได้ง่าย คือ การใช้เส้นสายต่างๆ ที่มีอยู่ในธรรมชาติหรือสิ่งก่อสร้าง เช่น ถนน รางรถไฟ สะพาน แม่น้ำ แนวต้นไม้  ในการนำสายตาของผู้ชมให้พุ่งตรงไปยังจุดสนใจหลักของภาพ ซึ่งถือเป็นเทคนิคที่ช่วยสร้างมิติความลึก (Depth) ให้กับภาพได้ดีเยี่ยม

ทั้งนี้ เส้นนำสายตาไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นตรงเสมอไป อาจจะเป็นเส้นโค้งรูปตัว S (S-Curve) เช่น แม่น้ำคดเคี้ยว หรือโค้งถนนบนภูเขา ก็สามารถนำสายตาได้อย่างนุ่มนวลและเพิ่มความพลิ้วไหวสวยงามให้กับภาพ ทำให้ภาพดูมีการเคลื่อนไหว ไม่แบนราบจนเกินไป

3. การใส่กรอบให้ภาพ (Framing)

ในกรณีที่ไม่มีองค์ประกอบที่น่าสนใจ อย่าปล่อยให้ภาพดูโล่งจนเกินไป ให้ลองมองหาสิ่งต่างๆ รอบตัวมาทำเป็นกรอบให้กับตัวแบบ (Foreground) เช่น หน้าต่าง ประตู กิ่งไม้ อุโมงค์ หรือช่องว่างระหว่างตึก เพราะนอกจากจะช่วยเน้นจุดสนใจให้เด่นชัดขึ้นแล้ว ยังช่วยปิดบังส่วนที่ไม่ต้องการในภาพ และสร้างเลเยอร์ (Layer) ให้ภาพดูมีความลึก มีระยะหน้า-ระยะหลัง ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้รูปดูน่าค้นหา

4. การใช้พื้นที่ Negative Space

บางครั้ง "ความว่างเปล่า" ก็ทำให้ภาพดูดีและมีพลังได้ เทคนิค Negative Space คือ การปล่อยให้มีพื้นที่ว่างรอบๆ ตัวแบบเยอะๆ เช่น ท้องฟ้ากว้างใหญ่ ผืนน้ำ หรือกำแพงเรียบๆ จะช่วยขับเน้นให้ตัวแบบดูโดดเด่น ภาพสะอาดตา และยังใช้สื่ออารมณ์ได้ดี เช่น ความรู้สึกเหงา ความเงียบสงบ หรือแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติเทียบกับมนุษย์ตัวเล็กๆ

5. การสร้างความสมมาตร (Symmetry)

โดยสัญชาตญาณ สายตามนุษย์เรามักถูกดึงดูดด้วย “ความสมดุล” จึงเกิดเทคนิคในการสร้างรูปภาพให้มีความสมมาตร หรือก็คือ การถ่ายภาพที่มีน้ำหนักเท่ากันทั้งซ้ายและขวา หรืออาจเป็นการใช้วัตถุที่มี Pattern ซ้ำๆ กัน เช่น แนวเสา แถวเก้าอี้ หรือลวดลายบนตึก จะช่วยให้ภาพดูสง่างามและสะดุดตา นอกจากนี้ยังสามารถใช้เงาสะท้อนจากกระจกหรือแอ่งน้ำ เพื่อสร้างภาพสะท้อนของตัวแบบที่มีความสมมาตรอย่างสมบูรณ์แบบ

6. การถ่ายภาพเต็มเฟรม (Fill the Frame)

ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นตัวแบบ หรือเมื่อฉากหลังดูวุ่นวายจนดึงดูดความสนใจมากเกินไป สามารถใช้เทคนิค Fill the Frame โดยจัดองค์ประกอบภาพถ่ายที่ทำให้ตัวแบบกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาพ เช่น อาจลองขยับกล้องเข้าไปใกล้ๆ ตัวแบบ หรือซูมให้สุด เพื่อให้ตัวแบบหลักกินพื้นที่เกือบทั้งหมดของภาพ ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยเน้นรายละเอียด อารมณ์ และพื้นผิว (Texture) ของวัตถุได้อย่างชัดเจน

เทคนิค Fill the Frame นี้เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ Portrait แบบ Headshot เพื่อเน้นแววตาและสีหน้า หรือถ่ายภาพอาหารและดอกไม้ที่ต้องการเน้นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้ดูโดดเด่นมากที่สุด

7. กฎเลขคี่ (Rule of Odds)

ภาพที่มีจำนวนวัตถุเป็น "เลขคี่" (เช่น 1, 3, 5 ชิ้น) มักจะดึงดูดสายตาและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเลขคู่ เพราะสมองของเรามักจะจับคู่สิ่งที่เห็นโดยอัตโนมัติ การมีวัตถุเศษเหลืออยู่จะช่วยกระตุ้นให้สายตาเกิดการเคลื่อนไหวไปรอบๆ ภาพนั่นเอง หากต้องการให้รูปภาพดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ก็สามารถใช้เทคนิค Rule of Odds เป็นการจัดองค์ประกอบภาพง่ายๆ ได้ เช่น ถ่ายภาพกลุ่มเพื่อน 3 คน หรือภาพแจกันที่มีดอกไม้ 5 ดอก ภาพที่ได้จะให้ความรู้สึกที่มีพลังและน่าค้นหามากกว่าการถ่ายแบบคู่ 2 หรือ 4 ที่อาจดูสมมาตรจนอาจนิ่งเกินไป

8. สัดส่วนทองคำ (Golden Ratio)

หนึ่งในเทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพถ่ายขั้นสูงที่หลายๆ คนอาจเคยได้ยินกันมา ซึ่งเป็นแนวทางที่ต่อยอดมาจากกฎสามส่วน โดยใช้หลักการทางคณิตศาสตร์ที่เรียกว่า "Phi Grid" หรือ "Golden Spiral" (ก้นหอย) ซึ่งเป็นสัดส่วนที่พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ และยังถูกใช้บนงานศิลปะระดับโลกหลายชิ้น มีหลักการคือ วางจุดสนใจตามเส้นโค้งของก้นหอย ซึ่งจะช่วยนำสายตาผู้ชมเข้าสู่ใจกลางภาพอย่างลื่นไหลและเป็นธรรมชาติที่สุด


เทคนิคสัดส่วนทองคำเหมาะมากสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ (Landscape) ที่มีความซับซ้อน หรือภาพสถาปัตยกรรม เพื่อสร้างความรู้สึกที่ลงตัวและสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ แม้เทคนิคนี้จะฟังดูซับซ้อนและต้องอาศัยทักษะการสังเกต แต่เมื่อฝึกฝนบ่อยๆ สายตาของคุณจะเริ่มมองเห็นสัดส่วนนี้ได้เองโดยอัตโนมัติ

ทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นนั้นเป็นเพียงแนวทางการจัดองค์ประกอบภาพเท่านั้น เพราะการถ่ายภาพนั้นเป็นงานศิลปะ ซึ่งไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวใดๆ ที่บ่งบอกว่าภาพนั้นๆ จะดูสวยงาม อย่างไรก็ตาม เทคนิคเหล่านี้สามารถช่วยให้ช่างภาพมือใหม่เริ่มต้นมองหา “มุมมอง” การถ่ายรูปที่สะท้อนถึงความคิด ความชอบ และสิ่งที่ต้องการถ่ายทอดได้ง่ายขึ้น

แนะเทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพถ่ายคน (Portrait Composition)

เมื่อมาถึงการถ่ายภาพบุคคล หรือภาพ “พอร์ตเทรต” (Portrait) ที่หลายคนชื่นชอบ แน่นอนว่าจะมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้ตัวแบบดูดีและมีเสน่ห์ขึ้นได้ โดยมีเทคนิคง่ายๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ เช่น

  • จัดวางกล้องในระดับสายตา - การถ่ายภาพในระดับเดียวกับสายตาของตัวแบบจะให้ความรู้สึกที่เป็นกันเอง และสื่ออารมณ์ทางสายตาได้ดีที่สุด แต่ก็อย่ากลัวที่จะลองมุมกด เพื่อให้หน้าแบบดูเรียว หรือมุมเสยเพื่อให้ตัวแบบดูสูงสง่า
  • การเว้นพื้นที่ว่างเหนือศีรษะ (Head Room) - เป็นจุดที่มือใหม่มักพลาดบ่อยๆ ควรระวังอย่าเหลือพื้นที่ว่างเหนือศีรษะมากเกินไปจนตัวแบบดูจม หรือน้อยจนศีรษะขาดหายไป ควรเว้นระยะให้พอดีเพื่อให้ภาพดูไม่อึดอัดและดูสมดุล
  • การวางพื้นที่ว่างด้านหน้า (Looking Room) - พื้นที่ว่างส่วนนี้มีความสำคัญต่อการเล่าเรื่อง หากตัวแบบหันหน้าไปทางไหน หรือกำลังมองไปทางใด ควรเว้นพื้นที่ว่างในทิศทางนั้นให้มากกว่าด้านหลัง เพื่อให้ภาพดูไม่อึดอัดและมีเรื่องราวว่าตัวแบบกำลังมองอะไรอยู่ หรือกำลังจะเดินไปทางทิศไหน

ข้อผิดพลาดในการจัดองค์ประกอบภาพที่มือใหม่ควรระวัง

พอทราบถึงเทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพแบบต่างๆ แล้ว ต่อไป มาดูกันว่ามีจุดใดที่ควรระวังเอาไว้บ้าง เพราะจุดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความสวยงามของภาพโดยรวม ลองมาเช็กกันว่าเคยเจอสถานการณ์เหล่านี้หรือไม่

1. เส้นขอบฟ้าเอียง (Tilted Horizon)

เป็นปัญหาสุดคลาสสิกสำหรับช่างภาพสายถ่าน Landscape ที่ทำให้ภาพวิวทิวทัศน์ดูไม่มั่นคงและชวนเวียนหัว โดยวิธีแก้ไข คือ พยายามสังเกตเส้นขอบฟ้าหรือเส้นแนวตั้งของตึกให้ขนานกับขอบเฟรมเสมอ หรือเปิดฟังก์ชัน Grid Display บนหน้าจอเพื่อช่วยเช็กระนาบให้ตรงก่อนกดชัตเตอร์

2. ฉากหลังรกตา

ในการถ่ายบางครั้ง เราอาจโฟกัสที่ตัวแบบมากไปจนลืมสังเกตสิ่งที่อยู่ด้านหลัง เช่น เสาไฟฟ้าที่ดูเหมือนโผล่ออกมาจากศีรษะแบบ หรือถังขยะสีสดที่แย่งความสนใจของภาพ แนะนำให้ลองขยับเปลี่ยนมุมกล้องเพียงเล็กน้อย เดินหามุมใหม่ๆ หรือปรับรูรับแสงให้กว้างขึ้นเพื่อเบลอฉากหลังเป็นโบเก้ (Bokeh) จะช่วยขจัดสิ่งรบกวนเหล่านี้ได้

3. การครอปสัดส่วนของร่างกาย

สำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรต ต้องระวังอย่าตัดภาพบริเวณ "ข้อต่อ" ต่างๆ ของร่างกาย เช่น ข้อศอก เข่า หรือข้อเท้า เพราะจะทำให้ดูเหมือนอวัยวะส่วนนั้นกุดหายไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ หาต้องการครอปภาพ แนะนำให้ลองเลือกครอปบริเวณกึ่งกลางระหว่างข้อต่อแทน เช่น กลางหน้าแข้ง หรือกลางต้นขา จะให้ภาพรวมที่ดูสมบูรณ์และสมส่วนกว่า

4. เว้นพื้นที่ Negative Space ผิดฝั่ง

การถ่ายภาพวัตถุเคลื่อนที่หรือคนหันข้าง หากเว้นที่ว่างด้านหลังมากกว่าด้านหน้า อาจจะทำให้ภาพดูอึดอัดเหมือนตัวแบบกำลังจะชนขอบภาพ หรือเดินไปสู่ทางตัน ขาดความต่อเนื่องของเรื่องราว ดังนั้นควรเผื่อพื้นที่ด้านหน้าให้มากกว่าเสมอ เพื่อเปิดทางให้จินตนาการของผู้ชม

การจัดองค์ประกอบภาพเป็นทักษะที่ต้องอาศัยการเรียนรู้ ฝึกฝน และการสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว ยิ่งฝึกถ่ายภาพมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมองเห็นเส้นสาย แสงเงา และมุมมองที่สวยงามตามธรรมชาติได้เร็วขึ้นเท่านั้น และที่สำคัญคือ ทฤษฎีการจัดองค์ประกอบภาพนั้นไม่ได้มีกฎตายตัวใดๆ ฉะนั้นอย่าลืมออกไปถ่ายภาพและสนุกกับการค้นหามุมมองใหม่ๆ ในแบบของคุณ

 

สำหรับใครที่กำลังมองหากล้องรุ่นใหม่ๆ ที่จะมาเป็นคู่หูในการถ่ายภาพ อย่าลืมแวะมาดูกล้อง Nikon รุ่นใหม่ๆ อย่าง กล้อง Nikon Z5II, Nikon Z6III และรุ่นอื่นๆ พร้อมดูรีวิว และข้อเปรียบเทียบกับกล้องรุ่นต่างๆ ผ่านช่องทางด้านล่าง

Nikon (Sales) Thailand Co., Ltd ผู้จัดจำหน่ายกล้อง Nikon อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

Nikon (Sales) Thailand Co., Ltd คือ ผู้จัดจำหน่ายกล้อง เลนส์ และอุปกรณ์เสริม Nikon อย่างเป็นทางการ และเป็นศูนย์บริการผลิตภัณฑ์ของนิคอนในประเทศไทย เราดำเนินงานเพื่อสร้างความสะดวกให้ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ Nikon โดยให้ข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ รับเรื่องร้องเรียนและตอบข้อสงสัย รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ Nikon ในประเทศไทย นอกจากนี้ เรายังมี Nikon School ที่จัดกิจกรรมอบรมตั้งแต่ระดับมือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพเฉพาะทาง เพื่อพัฒนาทักษะการถ่ายภาพของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ Nikon ทุกระดับ

ติดต่อ/สอบถามข้อมูล

เว็บไซต์: https://www.nikon.co.th/

โทร.: 0-2633-5100

อีเมล: Nikonstore.TH@nikon.com

หรือ แอดไลน์: @Nikonthailand (มี@)