Nikon Imaging | Thailand | Asia Pacific

ไลบรารีแรงบันดาลใจ

เคล็ดลับการถ่ายภาพอาหาร: การเป็นมือโปร

ช่างภาพที่หลงใหลในการถ่ายภาพจะทราบดีว่าภาพที่สมบูรณ์แบบนั้นเป็นภาพที่หาได้ยาก มีปัญหาต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ข้อจำกัดทางเทคนิคหรือปัจจัยแวดล้อมที่อาจมีผลต่อคุณภาพของภาพถ่ายของคุณ ความรู้ความชำนาญและแนวทางปฏิบัติที่ดีในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ คือปัจจัยที่จำแนกช่างภาพมืออาชีพตัวจริงออกจากนักถ่ายภาพมือใหม่ที่สนุกกับการรัวชัตเตอร์

หากไม่นับสตูดิโอระดับมืออาชีพพร้อมอุปกรณ์จัดแสงอย่างครบครันแล้ว เรารวบรวมรายการปัญหาที่พบเจอทั่วไป (โดยเฉพาะในการถ่ายภาพอาหาร) และติดต่อสอบถามผู้ชำนาญงานเพื่อรับมือกับปัญหาทั้งหลายนี้ ตามคติที่ว่า จงเรียนรู้จากมือหนึ่ง จะได้เหนือกว่าใครทั้งปวง

ไวต์บาลานซ์

การเห็นแสง (สีขาว)

ปัญหา: แสงสภาพแวดล้อมมีฮิวสีแตกต่างกัน ทำให้ดูเหมือนกับว่าอาหาร (และโต๊ะในร้าน) เพิ่งออกมาจากเครื่องอบผิวแทน

วิธีแก้: คุณต้องถ่ายภาพเป็นไฟล์ RAW เสมอ ใช้แสงแดดธรรมชาติถ้าทำได้ แต่อย่างน้อยการถ่ายภาพเป็นฟอร์แมต RAW ก็ยังเปิดโอกาสให้คุณแก้ไขสีสันได้ในขั้นตอนปรับแต่ง ถ้าจะลบฮิวสีเหลืองจากหลอดทังสเตนหรือฮิวสีเขียวจากโคมฟลูออเรสเซนต์ คุณก็ยังทำได้

ค่าแสง

เขยิบข้ามเส้นบางๆ ที่คั่นอยู่ระหว่างความสว่างกับ "เริ่มจะเข้าด้านมืด"

ปัญหา: เสียเวลาตั้ง 5 นาทีเพื่อถ่ายภาพแค่ภาพเดียว แต่ก็ยังไม่วายออกมาขาวสว่างจ้าหรือไม่ก็มืดทึมหม่นหมองอยู่ดี

วิธีแก้: ถ้าคุณใช้โหมดอัตโนมัติถ่ายภาพทุกครั้ง ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องลองเปลี่ยนเป็นโหมดแมนวลโดยใช้ค่าแสงที่ปรับเองดูบ้างแล้ว ความกว้างของรูรับแสง ความไวชัตเตอร์ และ ISO สามสิ่งนี้เป็นปัจจัยหลักเพื่อปรับปรุงค่าแสงของภาพ

'อาหารไม่เคยเขินกล้อง คุณไม่ต้องกลัวว่ามันจะวิ่งหนี ใช้เวลาให้เต็มที่ได้เลย'

ปัญหาเกี่ยวกับค่าแสงเป็นเรื่องที่พบเจอบ่อยที่สุดเมื่อต้องถ่ายภาพโดยหันเข้าหาแสงหรือตัดกับฉากหลังที่สว่างไปหรือมืดไป ซึ่งถ้าเป็นกรณีที่ว่านี้ ขอให้คุณใช้ระบบวัดแสงเฉพาะจุด

ซึ่งมีให้ใช้ได้ในบางโหมด* ระบบวัดแสงเฉพาะจุดช่วยในการโฟกัสตรงตำแหน่งของภาพอาหารที่คุณต้องการให้เป็นโทนกลาง และจะช่วยสร้างระดับค่าแสงให้เป็นไปตามนั้น
* โปรแกรม ปรับเอง อัตโนมัติ และความไวชัตเตอร์

ว่ากันด้วยเรื่องแฟลช

ใช้แฟลชอย่างถูกต้องและให้ได้ประสิทธิภาพ

ความเชื่อ: การใช้แฟลชถ่ายภาพอาหารเป็นเรื่องต้องห้ามโดยเด็ดขาด

ความจริง: มันขึ้นอยู่กับองศา การใช้แฟลชถ่ายภาพอาหารโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีอาจทำลายบรรยากาศของฉากที่มีแสงน้อย ซึ่งในบางครั้งก็จะทำให้ภาพที่ออกมาดูแบน

แต่ว่าการให้แสงจากด้านหลังในองศาเฉียงหรือจากด้านข้างของจานอาหารนั้น หลายครั้งกลับจะช่วยเพิ่มเท็กซ์เจอร์และสร้างคอนทราสต์ได้ดีกว่า

Nikon Creative Lighting System (CLS) รองรับการใช้แฟลชถ่ายภาพหลายชุดพร้อมกัน ควบคุมผ่านกล้องด้วยระบบไร้สายได้อย่างสะดวกราบรื่น การใช้ชุดจัดแสงที่ทำงานสอดคล้องกันนี้ เมื่อเสริมเข้าไปก็จะช่วยสร้างมิติความลึกและให้โทนสีที่กลมกลืนมากขึ้นสำหรับวัตถุของคุณ พร้อมทั้งยังปรับสมดุลค่าแสงระหว่างพื้นหน้าและพื้นหลังอีกด้วย

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ว่านี้ได้แก่ Nikon Speedlights SB-910 และ SB-700 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้รองรับการทำงานกับ Nikon CLS

ตัวอย่าง: Nikon D7000 พร้อมแฟลชเสริมภายนอก SB-910 ต่อกับฐานเสียบแฟลช

เคล็ดลับเพิ่มเติม

ใช้ RAW ดีกว่า

ฟอร์แมตนี้ให้ช่วงและรายละเอียดโทนสีที่กว้างกว่า กระบวนการปรับแต่งจึงยืดหยุ่นได้มากกว่าด้วยหากคุณต้องการที่จะเบิร์น (ทำให้ส่วนที่แสงจ้าเข้มขึ้น) หรือดอดจ์ (เพิ่มเงา) และปรับปรุงโทนสีโดยรวมในภาพถ่ายอาหารของคุณให้เหมาะสม

 

ค่ารูรับแสงกับความไวชัตเตอร์ใดที่ใช้คู่กันแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างแน่นอน?

แย่หน่อยที่เราไม่มีค่าใดหนึ่งเดียวที่ใช้ได้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ แต่ถ้าคุณจะถ่ายภาพอาหาร ค่ารูรับแสง f/2.8 มักใช้การได้ดีในเวลาส่วนใหญ่

สำหรับนักถ่ายภาพมือใหม่ ขอให้คุณเปิดรูรับแสงหน้ากล้องให้กว้างที่สุดเข้าไว้ จ่อกล้องเข้าไปให้ใกล้ แล้วโฟกัสตรงส่วนประกอบอาหารที่ดูเป็นส่วนหลักหรือดูน่าอร่อยที่สุด ซึ่งตรงนี้ทักษะการจัดแต่งจานก็ช่วยได้มาก โดยเฉพาะพวกอาหารจานเดียวทั้งหลาย

Pen Chai: ภาพถ่ายจาก Nikon D70S กับ Nikon AF-S DX 17-55mm f/2.8G IF-ED

 

 

ภาพถ่ายอาหารเพิ่มเติมจากแจ็ค ยาม

แจ็คเชี่ยวชาญการถ่ายภาพงานแสดงศิลปะและกิจกรรมต่างๆ อาวุธคู่กายของเขา Nikon D700 สองตัว กับ Nikon D600 หนึ่งตัว

บทความนี้ถูกจัดทำขึ้นด้วยความร่วมมือจาก OpenRice Singapore และแจ็ค ยาม ช่างภาพมืออาชีพ

ถูกเผยแพร่เป็นครั้งแรกที่ OpenRice Singapore (อ่านบทความ)

 

© Jack Yam