Nikon Imaging | Thailand | Asia Pacific

ไลบรารีแรงบันดาลใจ

การถ่ายภาพท้องฟ้ากลางคืน: เส้นแสงดาว

D3, AF-S NIKKOR 14-24mm f/2.8G ED, f/4, 1600 ISO, ถ่ายภาพ 30 วินาทีจำนวนเจ็ดสิบภาพแล้วนำมาซ้อนกันใน Photoshop โดยใช้ Image Statistics และโหมดซ้อนภาพ Maximum

การถ่ายภาพเส้นแสงดาวเป็นวิธีที่โดดเด่นในการเก็บบันทึกท้องฟ้ายามราตรีลงในภาพถ่าย เส้นแสงดาวจะเกิดขึ้นเมื่อคุณถ่ายภาพดวงดาวเป็นระยะเวลานาน อาจจะหลายนาทีจนถึงเป็นชั่วโมง เราได้พูดคุยกับช่างภาพสองท่าน เดบอราห์ แซนดิดจ์ และฮาโรลด์ เดวิส เพื่อค้นหาเทคนิคและเคล็ดลับที่พวกเขาใช้ในการถ่ายภาพเส้นแสงดาวให้ออกมายอดเยี่ยม

ช่างภาพหลายคนที่ถ่ายภาพเส้นแสงดาวใช้เทคนิคการถ่ายหลายภาพที่ค่าแสงระยะเวลาสั้นๆ แล้วนำมาวางซ้อนกันในกระบวนการภายหลังถ่ายทำ โดยใช้ Adobe Photoshop หรือโปรแกรมอื่นที่ช่วยให้คุณวางหลายไฟล์ซ้อนกันให้กลายเป็นภาพถ่ายภาพเดียวได้ การทำเช่นนี้ทำให้ได้เอ็ฟเฟ็กต์ที่น่าตื่นตามากขึ้นในภาพผลลัพธ์ อีกสาเหตุหนึ่งของการใช้ค่าแสงระยะเวลาสั้นๆ นั้นก็เพื่อลดการเกิดนอยส์ ซึ่งอาจปรากฏขึ้นในภาพที่ถ่ายในระหว่างการเปิดรับแสงเป็นเวลานาน นอกเหนือจากวิธีการถ่ายหลายภาพแล้วนำมาวางซ้อนกันแล้ว การใช้ค่า ISO ให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็เป็นการช่วยลดนอยส์ในภาพผลลัพธ์ได้เช่นกัน

ในการเก็บปริมาณแสงให้ได้มากที่สุดจากแหล่งแสงที่อ่อนแรงอย่างดวงดาวนั้น คุณจะต้องใช้รูรับแสงที่เร็ว ฮาโรลด์อธิบายว่า “สมมติว่าค่าแสงที่ถูกต้องสำหรับถ่ายภาพแสงดาวคือ f/2.8 ที่ ISO 400 เป็นเวลาสองนาที ค่าแสงที่เทียบเท่ากันหากใช้ f/22 กับ ISO 400 ก็จะอยู่ที่สองชั่วโมง (เพราะค่า f/stop แต่ละสต็อปจะให้แสงผ่านเข้ามาได้ในปริมาณกึ่งหนึ่งของค่า f/stop ก่อนหน้า) แต่หลายครั้งผมก็ต้องการถ่ายภาพแสงดาวในช่วงเวลาที่ยาวนานกว่านั้น เช่นอาจจะตลอดทั้งคืน เพื่อให้ได้ภาพที่มีเส้นแสงดาวเป็นวงสมบูรณ์ ภาพเส้นแสงดาวที่เป็นวงกลมนั้นมักทำขึ้นมาได้จากการซ้อนภาพ”

เพื่อให้ขั้นตอนการถ่ายภาพเดี่ยวๆ ตลอดทุกช่วงเว้นไม่กี่นาทีง่ายขึ้น เดบอราห์จะตั้งค่าการเว้นช่วงเวลาของกล้องให้ถ่ายภาพต่อเนื่องตามลำดับ คุณจะพบคุณสมบัติการเว้นช่วงเวลานี้ได้ในเมนูถ่ายภาพ (โปรดดูคู่มือกล้องว่ารุ่นของคุณมีคุณสมบัตินี้รวมอยู่ด้วยหรือไม่ —บรรณาธิการ)

เดบอราห์กล่าวว่า “ฉันใช้วิธีซ้อนภาพดวงดาว เพราะมันให้ความยืดหยุ่นกับภาพสุดท้ายที่ได้มากกว่า” เธอสร้างสรรค์ภาพถ่ายเส้นแสงดาวส่วนใหญ่โดยใช้เวลาเปิดรับแสง 30 วินาที แล้วถ่ายให้ได้หลายภาพในช่วงระยะเวลาประมาณเกือบชั่วโมง จากนั้นเธอจึงจะนำภาพที่ได้เหล่านี้มาซ้อนกันให้รวมกันเป็นภาพเดียวโดยใช้ Statistics ใน Adobe Photoshop

“ฉันมักจะรวมภาพพื้นหน้าโดยใช้ HDR ก่อนแล้วจึงนำมารวมกับภาพผลลัพธ์สุดท้ายอีกที” เดบอราห์กล่าว “การทำเช่นนี้ช่วยป้องกันรายละเอียดต่างๆ ไม่ให้สูญหายไปในพื้นที่ที่รับแสงมากและในเงามืดของบริเวณพื้นหน้าซึ่งไม่ได้อยู่ในเงาย้อนแสง”

ความยาวสมบูรณ์ของเส้นแสงดาวจะขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้เวลาถ่ายภาพอยู่แค่เพียงไม่กี่นาทีหรือว่าออกไปถ่ายภาพอยู่ตลอดทั้งคืน

องค์ประกอบภาพ

ตำแหน่งที่คุณชี้กล้องขึ้นไปบนท้องฟ้ากลางคืนจะเป็นตัวกำหนดรูปทรงของเส้นแสงดาวในภาพผลลัพธ์ กล่าวคือ หากคุณจัดองค์ประกอบภาพให้จุดกึ่งกลางเป็นดาวเหนือ คุณก็จะได้เส้นแสงดาวเป็นวงกลมที่มีจุดศูนย์กลางในตอนท้าย องค์ประกอบลักษณะอื่นๆ อาจจะให้เส้นแสงดาวที่มีรูปทรงเป็นเส้นโค้ง ในภาพเส้นแสงดาวที่เธอถ่ายได้จาก Indian River Lagoon (ภาพที่ 3) เดบอราห์วางตำแหน่งกล้องให้หันไปทางทิศตะวันตก เพื่อให้ได้ลักษณะของ “ดาวตก”

ภาพถ่ายเส้นแสงดาวหลายภาพได้มาจากการใช้เลนส์มุมกว้าง ดังนั้นองค์ประกอบที่น่าสนใจในพื้นหน้า “บนผืนโลก” ก็สามารถที่จะอยู่ในกรอบภาพได้ด้วย วัตถุที่พื้นหน้าเหล่านี้บางอย่างเหมาะที่จะเป็นเงาย้อนแสง และบางอย่างก็จะดูดีกว่าหากได้รับแสงสักหน่อย (ไม่ว่าจะแสงธรรมชาติหรือแสงที่มนุษย์เติมให้ก็ดี)

ฮาโรลด์เสริมว่า “ถ้าเจาะจงกล่าวถึงเวลาที่ผมพยายามจะถ่ายภาพเส้นแสงดาวให้เป็นวงกลม ผมมักจะชอบใช้เลนส์ฟิชอาย 10.5 มม. เพราะการใช้เลนส์ที่ให้มุมกว้างมากเป็นพิเศษจะช่วยเน้นให้เส้นโค้งจากทิศทางการเคลื่อนที่ของดวงดาวตามแกนโลกนั้นยิ่งเด่นชัดขึ้น” เขาย้ำอีกด้วยว่า “พึงจำเสมอว่าองค์ประกอบพื้นหน้าในกรอบภาพของคุณนั้นสำคัญมาก อาจจะสำคัญกว่าท้องฟ้ากลางคืนในพื้นหลังด้วยซ้ำไป”

มีเทคนิควิธีมากมายที่คุณสามารถใช้เติมแสงให้พื้นหน้าของภาพเส้นแสงดาวได้ อาจจะเป็นการถ่ายหลายภาพด้วยค่าแสงที่แตกต่างกันแล้วนำภาพมารวมกันเป็นภาพ HDR คุณอาจจะใช้ไฟฉายหรือแหล่งแสงคงที่เพื่อแสงระบายลงไปบนพื้นหน้า และยังมีการวาดด้วยแสงโดยใช้แฟลชเสริมภายนอก ในการวาดด้วยแสงโดยใช้แฟลชเสริมภายนอกนั้น คุณจะต้อง “ยิง” โดยกดปุ่มแฟลชของแฟลชเสริมภายนอกเพื่อให้แสงสว่างออกไป ทำแบบนี้ซ้ำหลายครั้งให้พื้นที่ได้รับแสงสว่างโดยทั่วถึงกัน และระหว่างนั้นความไวชัตเตอร์ของกล้องจะต้องเปิดค้างอยู่ตลอด

การถ่ายเผื่อไว้หลายภาพสักหน่อยเป็นเรื่องที่ดีแน่นอน โดยเฉพาะหากคุณใช้การวาดด้วยแสงเพื่อเติมความสว่างให้เห็นรายละเอียดในบริเวณพื้นหน้า “คุณควรยั้งมือไว้บ้างเมื่อใช้การวาดด้วยแสง ไม่อย่างนั้นแล้วภาพจะดูไม่เป็นธรรมชาติ” ฮาโรลด์กล่าว “และอีกอย่าง คุณต้องเคลื่อนแหล่งแสงไปให้ทั่วถึงในพื้นที่เสมอทุกครั้ง เพื่อที่จะได้ไม่เกิด ‘จุดที่สว่างโพลน” เขาเสริม

พึงจดจำไว้ว่าดวงจันทร์จะสว่างมากหากเทียบกับดวงดาว หากจะให้มีดวงจันทร์รวมอยู่ในภาพเคียงคู่กับเส้นแสงดาว คุณอาจต้องถ่ายภาพเพิ่มเติมด้วยค่าแสงที่ต่างกันสำหรับดวงจันทร์ แล้วนำภาพมาประกอบรวมกันเป็นภาพผลลัพธ์ ซึ่งกรณีนี้คือวิธีที่ฮาโรลด์ทำในภาพถ่ายที่หาด Pfeiffer Big Sur (ภาพที่ 7) เนื่องจากดวงจันทร์ลอยอยู่บนท้องฟ้าในตำแหน่งที่จะต้องปรากฏอยู่ในองค์ประกอบภาพของเขาด้วย ฮาโรลด์จึงต้องตัดสินใจว่าวัตถุใดที่สำคัญที่สุด ซึ่งทางออกของเขาคือจัดวางดวงจันทร์ให้อยู่ในกรอบภาพอย่างชาญฉลาด เขายอมให้ดวงจันทร์ “สว่างเจิดจ้า” เพื่อให้ท้องฟ้าพร่างดาวนั้นมีความสว่างกำลังดี

 

วัตถุลึกลับลอยได้ในภาพเส้นแสงดาว

“เมื่อใดที่คุณถ่ายภาพเส้นแสงดาว ไม่ต้องตกใจถ้าเห็นเส้นแสงอื่นโฉบตัดผ่านท้องฟ้าในภาพของคุณ” ฮาโรลด์กล่าว “บ่อยครั้งที่ภาพถ่ายเส้นแสงดาวของผมมีแสงจากเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์ติดเข้าไปด้วย ไม่เว้นแม้แต่เส้นแสงจากดาวเทียม” เขาอธิบาย ซึ่งโดยมากแล้ว เส้นแสงเหล่านี้จะมีทิศทางเคลื่อนที่ที่ต่างจากเส้นแสงดาวอย่างสิ้นเชิง

 

เคล็ดลับการสร้างสรรค์ภาพถ่ายเส้นแสงดาวให้ดียิ่งขึ้น

พกไฟฉายติดตัวไปด้วย คุณจะได้เห็นกล้องอย่างถนัดตาเมื่อต้องเปลี่ยนการตั้งค่าระหว่างถ่ายภาพตอนกลางคืน หากคุณวางแผนว่าจะถ่ายภาพท้องฟ้าตลอดทั้งคืนก็ควรติดเก้าอี้ไปด้วย จะได้มีที่นั่งสบายๆ

ใช้เข็มทิศและผังดวงดาวช่วยกำหนดตำแหน่งที่คุณจะตั้งกล้อง เพื่อที่คุณจะได้การเคลื่อนที่ของดวงดาวในภาพตามทิศทางที่ต้องการ

ตั้งกล้องบนขาตั้งที่แข็งแรงมั่นคง ใช้สายลั่นชัตเตอร์แทนการ “กด” ปุ่มชัตเตอร์ เพื่อไม่ให้กล้องสั่นไหวระหว่างที่เปิดรับแสงเป็นเวลานาน

รวมองค์ประกอบพื้นหน้าลงในกรอบภาพของคุณด้วย เพื่อให้ได้ภาพที่ดูน่าสนใจขึ้น

ล็อคโฟกัส

ใช้ค่า ISO ต่ำ เพื่อลดนอยส์ให้เหลือน้อยที่สุด

ใช้ค่าแสงระยะเวลาสั้นๆ หากทำได้ แม้ว่านั่นจะหมายถึงการที่ต้องถ่ายภาพแล้วนำไปซ้อนกันเป็นจำนวนมากขึ้นก็ตาม เพราะวิธีนี้ก็จะช่วยลดนอยส์ให้เหลือน้อยที่สุดเช่นกัน

เปิดใช้คุณสมบัติของกล้องในการลดสัญญาณรบกวนระหว่างการเปิดหน้ากล้องเป็นเวลานาน

ถ่ายภาพทดสอบดูว่าค่า f/stop และความไวชัตเตอร์ (หรือระยะเวลาเมื่อกล้องเปิดชัตเตอร์ค้าง) ที่แน่นอนคือเท่าใดจึงจะได้ภาพที่มีความสว่างเหมาะสม ใช้กราฟฮิสโตแกรมของกล้องตรวจดูค่าแสง

เลื่อนปิดคันโยกปิดช่องมองภาพ เพื่อไม่ให้มีแสงเล็ดลอดเข้ามาจากช่องมองภาพได้

ถ่ายเป็นไฟล์ RAW (NEF) เพื่อให้การปรับแต่งในกระบวนการหลังถ่ายทำง่ายขึ้น

ปิดจอแสดงผล LCD เพื่อประหยัดพลังงานแบตเตอรี่

© Harold Davis