Nikon Imaging | Thailand | Asia Pacific

ไลบรารีแรงบันดาลใจ

การตั้งค่าไวต์บาลานซ์

ในการตั้งค่าองศาเคลวิน (ซ้าย) น้ำจะเป็นสีขาว ซึ่งเป็นสีที่ถูกต้องตามที่ปรากฏจริง การตั้งค่าไวต์บาลานซ์อัตโนมัติ (ขวา) ก็ใช้การได้ดี แต่ยังแสดงสีขาวของน้ำได้ไม่ถูกต้องนัก อุณหภูมิเคลวินที่เลือกคือ 4435°K ซึ่งการเปิดไลฟ์วิวก็ช่วยให้ลินด์เซย์ ซิลเวอร์แมน ช่างภาพผู้ถ่ายภาพนี้เห็นผลลัพธ์ได้เมื่อเขาเลือกการตั้งค่าเคลวินแบบอื่น

ที่จริงแล้ว การตั้งค่าไวต์บาลานซ์ของกล้องนั้นเป็นส่วนที่ง่าย แต่ส่วนที่ยากขึ้นมานิดหน่อย คือ การทำความเข้าใจว่าทำไมคุณจึงควรเลือกใช้การตั้งค่าแต่ละแบบ

สีของวัตถุจะได้รับอิทธิพลจากสภาพแสงที่ในบริเวณที่เรามองดู ดวงตาและสมองของเราจะชดเชยแสงประเภทต่างๆ ด้วยเหตุนี้วัตถุสีขาวจึงปรากฏให้เราเห็นเป็นสีขาวแม้ว่าจะอยู่กลางแดด ใต้ท้องฟ้าเมฆครึ้ม หรือภายในที่ร่มกลางแสงจากหลอดไฟฟ้าหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ แต่กล้องดิจิตอลต้องมีตัวช่วยจึงจะทำได้อย่างกระบวนการนี้ นั่นคือชดเชยสภาพแสงประเภทต่างๆ แล้วแสดงผลวัตถุสีขาวให้เป็นสีขาว

การตั้งค่าไวต์บาลานซ์คือตัวช่วยที่ว่า

เราสามารถใช้ค่าไวต์บาลานซ์อัตโนมัติแล้วปล่อยให้กล้องอ่านอุณหภูมิสีของฉาก (ซึ่งก็คือเฉดและความเข้มของแหล่งแสงจุดหนึ่ง โดยวัดในหน่วยองศาเคลวิน) ก็ได้ จากนั้นจึงเลือกค่าหนึ่งจากค่าปรับตั้งโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีให้เลือก นั่นเป็นวิธีที่ดีหากสภาพแสงในฉากนั้นเป็นแสงประเภทเดียวกันหมด พร้อมทั้งมีวัตถุสีขาวหรือสีโทนกลางเด่นชัดอยู่ในฉากด้วย

แต่ในกรณีส่วนใหญ่แล้ว การแสดงผลสีที่แม่นยำมักจะได้มาจากการตั้งค่าไวต์บาลานซ์ด้วยตนเองมากกว่า ตัวเลือกการตั้งค่าดังกล่าว ได้แก่ ไฟหลอด, ฟลูออเรสเซนต์, แฟลช, เมฆมาก, ใต้ร่มเงาในที่เปิด, แดดจ้า, อุณหภูมิสีเคลวิน และ PRE

ค่าไฟหลอดเหมาะที่สุดสำหรับแสงหลอดไฟภายในบ้านทั่วไป; ค่าฟลูออเรสเซนต์จะตัดแสงสีเขียวที่มักพบในภาพถ่ายใต้แสงฟลูออเรสเซนต์; ค่าเมฆมากจะเพิ่มให้แสงมีโทนอบอุ่นมากขึ้นเล็กน้อย; ค่าแฟลชจะเพิ่มโทนอบอุ่นมากหน่อยเพื่อลบความแข็งของแสงแฟลชที่สว่างจัด; ค่าใต้ร่มเงาในที่เปิดจะเพิ่มโทนชมพูเล็กน้อยเพื่อลบแสงสีฟ้าที่เกิดจากเงาในร่มเงานอกตัวอาคาร; และค่าแดดจัดจะปรับอุณหภูมิสีเป็น 5000 องศาเคลวินซึ่งเป็นค่าแสงอาทิตย์ตอนกลางวันโดยปกติ

ต่อมาคือการตั้งค่าอุณหภูมิสีเคลวิน นี่เป็นตัวเลือกเพื่อให้ลงมือทำเอง ซึ่งคุณจะต้องปรับค่าองศาเคลวินให้ส่งผลต่อการมองเห็นของกล้อง รวมถึงการแสดงผลโทนสีและความเข้มสีภายในฉาก การตั้งค่าเคลวินทำให้คุณสามารถปรับแต่งสีสันได้อย่างละเอียดตรงตามนิยาม "ความแม่นยำ" ของคุณเอง หรือจะดัดแปลงสีสันให้เป็นไปตามอารมณ์และความรู้สึกของฉากอย่างที่คุณต้องการก็ได้ แล้วเมื่อคุณเปิดไลฟ์วิวบนกล้อง Nikon คุณก็จะเห็นผลลัพธ์จากการเจาะจงเลือกใช้อุณหภูมิสีเคลวินของคุณได้ในแบบเรียลไทม์

และสุดท้าย คุณสามารถเลือกใช้ PRE ซึ่งเป็นการตั้งค่าที่อาจเรียกว่า "การ์ดสีขาว" ก็ได้ เมื่อเลือกตัวเลือกนั้นแล้ว ให้คุณถือแผ่นการ์ดสีขาวจ่อหน้าเลนส์ไว้แล้วกดปุ่มชัตเตอร์ กล้องจะอ่านและล็อคอุณหภูมิสีของแสงที่สะท้อนกลับจากแผ่นการ์ดนั้น หลังจากนั้นค่าที่ล็อคไว้ก็จะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับการตั้งค่าไวต์บาลานซ์ของกล้อง PRE เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับการทำงานในฉากที่มีสภาพแสงแตกต่างกันหลายแบบ เช่น มีแสงฟลูออเรสเซนต์ส่องจากเพดานและแสงอาทิตย์ส่องจากหน้าต่าง เป็นต้น เพราะค่านี้จะคำนวณรวมสภาพแสงทั้งหมดภายในฉาก (ค่าที่ล็อคไว้นี้จะอยู่ใน PRE ต่อไปจนกว่าคุณจะให้กล้องอ่านค่าแผ่นการ์ดสีขาวครั้งใหม่)

ไม่ว่าคุณจะตั้งค่าไวต์บาลานซ์แบบใด คุณก็ควรเช็คผลลัพธ์ตัวเลือกของคุณบนจอ LCD ของกล้อง แล้วปรับจนตรงตามความต้องการ ในหลายครั้ง ตัวเลือกของคุณจะขึ้นอยู่กับความสวยงาม อารมณ์ และความรู้สึกที่คุณต้องการในภาพ และอย่าลืมว่าคุณมีไลฟ์วิวที่จะแสดงให้เห็นผลที่ได้จากตัวเลือกของคุณ ก่อนที่คุณจะลงมือถ่ายภาพ

สองภาพนี้ได้มาจากการใช้แฟลชเสริมภายนอก SB-800 ไวต์บาลานซ์ค่าแฟลช (ซ้าย) แสดงผลฉากนี้ออกมาได้ดีกว่าไวต์บาลานซ์ค่าอัตโนมัติ (ขวา) ซึ่งมีปัญหากับแสงฟลูออเรสเซนต์และแสงอื่นๆ ภายในฉาก

การใช้ไวต์บาลานซ์ค่าเมฆมาก (ซ้าย) ช่วยให้สีผิวดูอบอุ่น แต่ไม่ให้สีขาวที่สว่างเท่ากับไวต์บาลานซ์ค่าอัตโนมัติ

ไวต์บาลานซ์ค่าใต้ร่มเงาในที่เปิด (ซ้าย) ทำให้ฉากดูอบอุ่นละมุนกว่า แต่ไวต์บาลานซ์ค่าอัตโนมัติ (ขวา) ให้ผลลัพธ์สีขาวที่ขาวกว่า

ไวต์บาลานซ์ค่าอัตโนมัติ (ขวา) ให้โทนสีอบอุ่นกว่าภายในเรือสำราญที่ใช้แสงจากไฟหลอด แต่ค่าไฟหลอด (ซ้าย) เก็บโทนสีได้ตามความเป็นจริงและให้มิติความลึกในฉากนี้ด้วย

ไวต์บาลานซ์ค่าอัตโนมัติ (ขวา) ไม่สามารถแก้ไขชดเชยแสงฟลูออเรสเซนต์ได้ ส่วนไวต์บาลานซ์ค่าฟลูออเรสเซนต์ (ซ้าย) ถูกออกแบบมาเพื่อฉากลักษณะนี้โดยเฉพาะ ขอให้คุณสังเกตความแตกต่าง ไม่ใช่แค่บนผักเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสีขาวของผ้าด้วย

ไวต์บาลานซ์ค่าอัตโนมัติ (ขวา) ให้ภาพที่ดูสบายตาและสมดุล แต่ภาพจากค่า PRE (การ์ดสีขาว) (ซ้าย) ดูอบอุ่นกว่า ให้สีขาวที่ขาวกว่า และแสดงผลโดยรวมได้ตรงตามสีที่แท้จริงของฉาก ค่าจากการ์ดสีขาวช่วยปรับสมดุลของฉากนี้ซึ่งมีแสงหลายประเภทได้ค่อนข้างดี

 

© Lindsay Silverman