Nikon Imaging | Thailand | Asia Pacific

ไลบรารีแรงบันดาลใจ

การซ้อนภาพ: การผสานภาพเข้าด้วยกันในกล้อง

ในอดีตอันน่าตื่นเต้นในยุคก่อนเทคโนโลยีดิจิตอล เอ็ฟเฟ็กต์พิเศษอย่างการถ่ายภาพซ้อนนั้นเป็นสิ่งพิเศษอย่างมาก ซึ่งต้องอาศัยความพยายามอย่างมาก ความรู้พิเศษ และบ่อยครั้งยังรวมถึงเวลาไม่น้อยในการลงมือลงแรง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เอ็ฟเฟ็กต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์ในการถ่ายภาพ และเป็นความสำเร็จอันพิเศษเมื่อทำออกมาได้ดี

ในยุคดิจิตอลอย่างในปัจจุบัน เอ็ฟเฟ็กต์พิเศษมักจะทำด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่ตอบสนองต่อจินตนาการ

เราหวนนึกถึงสิ่งนี้เนื่องจากการพูดคุยกับ Lindsay Silverman ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสของ Nikon เกี่ยวกับการซ้อนภาพ ซึ่งเป็นคุณสมบัติเอ็ฟเฟ็กต์พิเศษที่มีในกล้อง D-SLR ของ Nikon หลายรุ่น ลองดูที่คู่มือกล้องของคุณเพื่อดูว่ากล้องของคุณมีคุณสมบัตินี้หรือไม่

"การซ้อนภาพนั้นเกิดขึ้นมาจากแนวคิดการถ่ายภาพซ้อน (Multiple Exposure)" Lindsay กล่าว "โดยหยิบยืมจากผลลัพธ์ของการการถ่ายภาพซ้อน ซึ่งก็คือภาพสองภาพมาประสานกันเป็นภาพใหม่ แต่ด้วยคุณประโยชน์ของเทคโนโลยีดิจิตอล การประสานสามารถทำได้หลังจากถ่ายภาพ และค่าแสงของแต่ละภาพที่เกี่ยวข้องก็ยังสามารถปรับได้หลังจากที่ถ่ายภาพไปแล้ว"

เดิมทีนั้น การถ่ายภาพซ้อนนั้นหมายถึงการสร้างค่าแสงตั้งแต่สองค่าขึ้นไปในฟิล์มเฟรมเดียว ซึ่งจำเป็นต้องมีการคำนวณมากมายเพื่อหาค่าการชดเชยแสงที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้ผลลัพธ์ออกมาดูเหมือนโคลนก็ว่าได้ นอกจากนี้ คุณยังต้องปลดกลไกคลัตช์ของกล้องเพื่อลั่นชัตเตอร์โดยไม่ให้ฟิล์มเลื่อนต่อไป ในปัจจุบัน การถ่ายภาพซ้อนในกล้อง D-SLR บางรุ่นของ Nikon นั้นมีความเที่ยงตรงกว่ามาก เนื่องจากเมื่อคุณเลือกจำนวนค่าแสงที่จะใช้แล้ว กล้องจะปรับความเข้มของแต่ละค่าโดยอัตโนมัติ

ส่วนการซ้อนภาพนั้นมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งบ้างก็ว่ามีความงดงามยิ่งกว่ามาก

"คุณเลือกภาพถ่ายที่ต้องการนำมาประกอบกัน" Lindsay กล่าว "ซึ่งสามารถเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายมาแล้วไม่กี่นาที ชั่วโมง วัน หรือเป็นสัปดาห์ ถ่ายด้วยเลนส์คนละชนิด มีแฟลชหรือไม่มีแฟลช จะถ่ายแบบใดก็ได้ตราบใดที่ภาพอยู่ในการ์ดหน่วยความจำเดียวกันและถ่ายในรูปแบบ RAW"

ยกตัวอย่างเช่น ภาพถ่ายเกี่ยวกับดนตรีในอดีตของ Lindsay "ภาพนี้ถ่ายเมื่อประมาณสี่ปีที่แล้วในระหว่างวันหยุดพักผ่อนกับครอบครัวของผมใน Williamsburg รัฐเวอร์จิเนีย ตอนนั้นผมเดินไปเดินมาถ่ายภาพด้วยกล้อง D80 และมองหาไอเดียในการนำเสนอวัตถุที่คุ้นเคยในแบบที่แตกต่างออกไป เมื่อผมเห็นนักเป่าฟลูตและโน้ตดนตรีบนโต๊ะในบริเวณใกล้เคียง ผมก็คิดว่าการซ้อนภาพน่าจะออกมาดี ผมถ่ายภาพนักเป่าฟลูตจากด้านหลังผ่านหัวไหล่ ราวกับว่าผมกำลังเดินมาร์ชตามหลังเธอในภาพวาดประวัติศาสตร์ต่างๆ จากนั้น ซึ่งอาจประมาณ 30, 40 หรือ 50 ช็อตให้หลัง ผมก็ถ่ายภาพโน้ตดนตรีในระยะใกล้ในองค์ประกอบภาพแบบต่างๆ ขณะขึ้นรถบัสกลับโรงแรม ผมก็นั่งดูภาพที่ถ่ายผ่านจอ LCD แล้วก็เรียกใช้ฟังก์ชันการซ้อนภาพและทำการประกอบภาพตรงนั้นเลย"

เพียงแค่นั้นเอง ไม่มีอะไรมากกว่านี้ เลือกการซ้อนภาพแล้วกล้องจะขอให้คุณเลือกภาพถ่าย และเนื่องจากภาพอยู่ในรูปแบบ RAW คุณจึงสามารถเล่นกับค่าแสงได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะทำให้สว่างหรือมืดขึ้น โดยไม่ส่งผลต่อภาพเดิม เลือกภาพถ่ายที่สอง ปรับภาพ แล้วประกอบทั้งสองภาพเข้าด้วยกัน คุณจะเห็นตัวอย่างผลลัพธ์สุดท้าย โดยคุณสามารถทำการปรับภาพทั้งสองภาพหรือภาพใดภาพหนึ่งเพิ่มเติมก็ได้ และดูความเข้มเปลี่ยนแปลงไปขณะที่คุณทำการปรับ เมื่อคุณได้ผลลัพธ์ที่ชื่นชอบ คุณก็สามารถบันทึกภาพเป็นภาพ RAW ภาพใหม่ ภาพต้นฉบับจะไม่เปลี่ยนแปลง และภาพที่ประกอบเสร็จก็ยังนำไปใช้ในซอฟต์แวร์แก้ไข เช่น Capture NX 2 เพื่อทำการปรับเพิ่มเติมได้

"บางครั้งผมก็ทำงานเหมือนกับในวันนั้น" Lindsay กล่าว "โดยมีแนวคิดการซ้อนภาพอยู่ในหัว ส่วนในครั้งอื่นๆ ผมจะตรวจดูภาพที่ถ่ายและมองหาความเป็นไปได้ ไม่ว่าด้วยวิธีใด ผมก็สนุกกับการคิดสร้างสรรค์อย่างมาก ผมมองเห็นโอกาสที่ผู้คนสามารถสร้างการ์ดวันหยุด ปฏิทินครอบครัว ภาพสำหรับส่งไปทางอีเมล และอื่นๆ อีกมากมาย

"พลังของเทคโนโลยีดิจิตอลนั้นยอดเยี่ยมทีเดียว"