Nikon Imaging | Thailand | Asia Pacific

ไลบรารีแรงบันดาลใจ

วิธีการถ่ายภาพสุริยุปราคา

สุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2001 ที่เมืองชิแซมบา ประเทศแซมเบีย ถ่ายด้วยกล้อง Nikon N90s กับ Vixen 90mm Refractor f/9 ภาพเป็นการรวมคราสในระยะต่างๆ ภาพโคโรนาตรงกึ่งกลางในขณะที่คราสเต็มดวงนั้นเป็นการซ้อนฟิล์มเนกาทีฟ 22 ภาพ แสดงให้เห็นรายละเอียดและโครงสร้างอย่างละเอียดในชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์

ในขณะที่คุณสามารถชมจันทรุปราคาด้วยตาเปล่าได้อย่างปลอดภัย คุณจะทำเช่นนั้นกับสุริยุปราคาไม่ได้ มีขั้นตอนการเตรียมตัวที่สำคัญบางประการที่คุณต้องทำเพื่อให้ดวงตาของคุณปลอดภัย ที่จริงแล้วคุณยังต้องใช้ “ฟิลเตอร์ส่องดวงอาทิตย์” เพื่อรักษาเซ็นเซอร์ภาพของกล้องไม่ให้เป็นอันตราย พร้อมกับเพื่อให้ได้ค่าแสงที่ถูกต้องอีกด้วย

สุริยคราสจะเกิดขึ้นเมื่อเงาของดวงจันทร์ตกกระทบบนพื้นโลก ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นเฉพาะในวันจันทร์ดับเท่านั้น ซึ่งเป็นขณะที่ดวงจันทร์เคลื่อนตัวมาอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์และโลกพอดี ในหนึ่งปีจะมีสุริยุปราคาเกิดขึ้นได้สองครั้งขึ้นไปเมื่อดวงดาวเรียงตัวกันในตำแหน่งที่เหมาะเจาะ ซึ่งทำให้เงาส่วนหนึ่งของดวงจันทร์ตกกระทบบนพื้นโลก แล้วปรากฏการณ์สุริยุปราคาก็จะมองเห็นได้จากภายในอาณาเขตใต้เงานั้น

สุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2006 ที่เมืองจาลู ประเทศลิเบีย ถ่ายด้วยกล้อง Nikon D200 กับ Vixen 90mm f/9 Fluorite Refractor เห็นโครงสร้างพอประมาณโดยใช้ฟิลเตอร์ narrow radial ยี่สิบสองช็อตภาพที่เปิดรับแสงนาน 1 ถึง 1/1000 วินาทีถูกนำมาประกอบรวมกันเป็นภาพเดียวนี้ด้วยโปรแกรม Adobe Photoshop CS2

สุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2006 ที่เมืองจาลู ประเทศลิเบีย ถ่ายด้วยกล้อง Nikon D200 กับ Vixen 90mm f/9 Fluorite Refractor 1/1000 วินาที ปรากฏการณ์ลูกปัดเบลีก่อนหน้าสัมผัสที่สองและตามหลังสัมผัสที่สามจะเห็นได้ในลำดับเวลานี้ แต่ละเฟรมเว้นช่วงเวลาระหว่างกัน 1 วินาที

สุริยุปราคาวงแหวนเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2005 ที่เมืองการ์ราสโกซา เดล กัมโป ประเทศสเปน ถ่ายด้วยกล้อง Nikon D100 กับ Vixen 80mm f/8 Fluorite Refractor โดยใช้ค่าแสง f/16, 1/250 วินาที, ISO 200 ภาพลำดับนี้แสดงให้เห็นคราสในระยะก่อนหน้า กึ่งกลาง และตามหลังปรากฏการณ์วงแหวน

สุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2006 ที่เมืองจาลู ประเทศลิเบีย ถ่ายด้วยกล้อง Nikon D200 กับ Vixen 90mm f/9 Fluorite Refractor เก็บบันทึกคราสใน 15 ภาพ ถ่ายห่างจากกัน 12 นาทีตลอดช่วงของปรากฏการณ์ ในครั้งนี้มีแหวนเพชรเกิดขึ้นที่แต่ละสัมผัส ส่วนโคโรนานั้นถูกปรับเร่งด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อให้เห็นรายละเอียดและเปลวสุริยะเด่นชัดยิ่งขึ้น

สุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2001 ที่เมืองชิแซมบา ประเทศแซมเบีย ถ่ายด้วยกล้อง Nikon N70 SLR กับ Vixen 80mm Refractor f/18 ปรากฏการณ์ลูกปัดเบลีเกิดขึ้นขณะสัมผัสที่สอง โดยระหว่างคราสนี้มีเปลวสุริยะขนาดใหญ่เกิดขึ้นให้เห็นตั้งแต่ก่อนจะเริ่มเข้าสู่ระยะเต็มดวง

สุริยุปราคาบางส่วนและสุริยุปราคาเต็มดวง

เงารูปทรงโคนของดวงจันทร์มีสองส่วนด้วยกัน ได้แก่ เงามัวและเงามืด เงามัวของดวงจันทร์คือเงาด้านนอกที่จางกว่า ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนจะเห็นได้จากอาณาเขตภายใต้เงามัว เงามืดของดวงจันทร์คือเงาด้านในที่เข้มกว่า ดังนั้นปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงจึงจะเห็นได้จากอาณาเขตภายใต้เงามืด แนวการเคลื่อนเงามืดของดวงจันทร์ที่พาดผ่านบนพื้นโลกเรียกว่าเส้นทางของคราสเต็มดวง ซึ่งจะกินพื้นที่เพียงไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ของพื้นผิวโลก (โดยทั่วไปมักมีความยาว 10,000 ไมล์และกว้างประมาณ 100 ไมล์)

ปรากฏการณ์สุริยุปราคาจะเริ่มต้นจากเสี้ยวเงาเล็กๆ ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนขอบด้านหนึ่งของดวงอาทิตย์ แล้วในหนึ่งชั่วโมงจากนั้น ดวงจันทร์ก็จะเคลื่อนตัวปกคลุมความสว่างของดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อยๆ ในกรณีที่เป็นคราสเต็มดวง ระยะที่ราหูอมตะวันในไม่กี่นาทีสุดท้ายนั้นจะดูน่าตื่นตาทีเดียว เพราะดวงอาทิตย์เสี้ยวที่ยังสว่างอยู่จะยิ่งบางลงทุกที พร้อมกับที่เงาของดวงจันทร์ค่อยๆ กลืนกินเข้าไป ความมืดที่แผ่ปกคลุมฉับพลันเมื่อคราสเต็มดวงนั้นเป็นภาพที่น่าทึ่ง และยังมีโคโรนาที่ให้ความตระการตาไม่แพ้กัน คุณจะเห็นโคโรนาของดวงอาทิตย์ได้เฉพาะในชั่วขณะเพียงไม่กี่นาทีสั้นๆ ระหว่างคราสเต็มดวงเท่านั้น

 

สุริยุปราคาวงแหวน

สุริยุปราคาเต็มดวงจะเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์อยู่ด้านที่ใกล้กับวงโคจรรูปวงรี เมื่อใดที่ดวงจันทร์อยู่ในวงโคจรด้านที่ไกลออกไปจากโลกก็จะปรากฏให้เห็นดวงเล็กลงและไม่สามารถบดบังดวงอาทิตย์ได้ทั้งหมด ซึ่งระหว่างปรากฏการณ์คราสเช่นนี้เองที่เงามัวของดวงจันทร์ (ที่แผ่ต่อไปจากเงามืด) ตกกระทบมาถึงพื้นโลก ทำให้สุริยุปราคาวงแหวนเกิดขึ้นกับผู้คนที่อยู่ภายใต้แนวของเงามัว (หรือเรียกอีกอย่างว่าเส้นทางของคราสวงแหวน) ระหว่างที่เกิดคราสประเภทนี้ คุณจะเห็นวงแหวนแสงอาทิตย์สว่างเจิดจ้าล้อมรอบดวงจันทร์เมื่อถึงระยะสมบูรณ์

ทั้งนี้ เช่นเดียวกับการชมสุริยคราสบางส่วน คุณจะต้องเตรียมการเป็นอย่างดีและใช้ฟิลเตอร์ส่องดวงอาทิตย์ในการชมสุริยคราสวงแหวน ปรากฏการณ์วงแหวนนี้อาจคงอยู่ได้นานถึง 12 นาที

 

สุริยุปราคาผสม

สุริยุปราคาประเภทที่สามนี้เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เรียกว่าสุริยุปราคาผสม ที่มีชื่อเรียกว่าสุริยุปราคาผสมก็เนื่องจากว่าเป็นกรณีที่เกิดคราสเต็มดวงแล้วเปลี่ยนเป็นคราสวงแหวน หรือเกิดคราสวงแหวนแล้วเปลี่ยนเป็นคราสเต็มดวง บางครั้งก็มีผู้เรียกว่าคราสวงแหวน/เต็มดวง คราสผสมนี้จะเกิดขึ้นเมื่อทรงโค้งของผิวโลกทำให้บางจุดของเส้นทางที่มองเห็นปรากฏการณ์เข้าไปอยู่ภายใต้เงาเต็มดวงและเงาวงแหวนต่อเนื่องกัน

แผนภาพแสดงดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ ระหว่างปรากฏการณ์สุริยคราส ดวงจันทร์มีเงาสองแบบ นั่นคือเงามัว (เงาสีฟ้าในภาพ) และเงามืด (ขนาดและระยะทางไม่ได้มาตราส่วน)

ฟิลเตอร์ส่องดวงอาทิตย์

เมื่อคุณดูหรือถ่ายภาพสุริยคราสบางส่วนหรือสุริยคราสวงแหวนในระยะสมบูรณ์ คุณจะต้องใช้ฟิลเตอร์ส่องดวงอาทิตย์ ถึงแม้ว่าดวงอาทิตย์จะถูกดวงจันทร์บดบังไปถึง 99% แต่เสี้ยวที่เหลืออยู่อีก 1% นั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่งหากมองด้วยตาเปล่า และสามารถทำให้ดวงตาบาดเจ็บหรือสูญเสียการมองเห็นได้

คุณสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเตอร์ส่องดวงอาทิตย์ตลอดจนสถานที่ที่มีจำหน่ายได้จากเว็บไซต์และนิตยสารดาราศาสตร์ทั่วไป ฟิลเตอร์ส่องดวงอาทิตย์ที่ปลอดภัยสำหรับกล้องถ่ายรูปและกล้องโทรทรรศน์จะมีชื่อว่าฟิลเตอร์ "Full Aperture" และ "Off Axis" ฟิลเตอร์ทั้งสองชนิดนี้จะสวมเข้ากับเลนส์วัตถุ (ด้านหน้ากล้องโทรทรรศน์) หรือเลนส์ถ่ายภาพได้พอดี

ฟิลเตอร์ส่องดวงอาทิตย์ชนิด Full Aperture เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ทั้งนี้เนื่องจากฟิลเตอร์ชนิดนี้ครอบคลุมด้านหน้ากล้องโทรทรรศน์ได้อย่างทั่วถึง จึงทำให้ใช้กระจกหรือเลนส์ของกล้องได้เต็มที่ คุณไม่จำเป็นต้องปรับโฟกัสกล้องโทรทรรศน์หรือเลนส์ถ่ายภาพใหม่อีก เมื่อคุณถอดฟิลเตอร์ออกในช่วงเริ่มระยะคราสเต็มดวง หรือเมื่อคุณใส่กลับเข้าไปบนกล้องโทรทรรศน์หรือเลนส์ถ่ายภาพอีกครั้งหลังจบระยะคราสเต็มดวงแล้ว

บุคคลในภาพคือเฟรด เอสเพนัค ระหว่างชมสุริยุปราคาเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2006 ที่ประเทศลิเบีย โปรดสังเกตดูฟิลเตอร์ส่องดวงอาทิตย์ที่ติดอยู่หน้ากล้องโทรทรรศน์ และกล้อง Nikon D-SLR ที่ต่อกับกล้องโทรทรรศน์ที่อยู่ใกล้ตัวเขาซึ่งถือสายลั่นชัตเตอร์พร้อมมือ

ค่าแสงเริ่มต้น

การดูและถ่ายภาพสุริยุปราคาเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ต้องมีการเตรียมการจำเป็นบางอย่าง คุณสามารถถ่ายภาพสุริยุปราคาได้ด้วยกล้องทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น D-SLR, COOLPIX หรือ Nikon 1 โดยยิ่งเลนส์มีทางยาวโฟกัสมาก คุณก็จะยิ่งถ่ายภาพดวงอาทิตย์ได้ใหญ่มากขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ แม้ว่าคุณจะใช้กล้องฟิล์มเพื่อถ่ายภาพปรากฏการณ์ราหูได้เช่นกัน แต่บทความนี้จะเจาะจงกล่าวถึงเฉพาะการใช้กล้องดิจิตอลเท่านั้น

หากใช้ D-SLR คุณสามารถประกอบเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้เข้ากับเทเลคอนเวอร์เตอร์เพื่อเพิ่มทางยาวโฟกัสได้ และคุณยังสามารถเพิ่มขนาดสัมพัทธ์ของภาพคราสในกล้องรูปแบบ FX โดยเลือก "โหมดการตัดส่วนภาพ DX" ได้อีกด้วย หากคุณจะถ่ายภาพสุริยุปราคาด้วยกล้องดิจิตอลคอมแพค COOLPIX ให้ปิดแฟลชในตัวกล้องเสียก่อน

คุณต้องการให้ดวงอาทิตย์ในเฟรมมีขนาดใหญ่แค่ไหน นั่นคือสิ่งที่จะกำหนดว่าจะใช้เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสเท่าใด สำหรับกล้อง D-SLR ที่มีเซ็นเซอร์ FX ฟูลเฟรม ให้เลือกทางยาวโฟกัส 2,000 มิลลิเมตรหรือต่ำกว่านั้น ส่วนกล้อง D-SLR ที่มีเซ็นเซอร์ DX ให้ใช้ทางยาวโฟกัสสูงสุดเต็มที่ประมาณ 1,300 มิลลิเมตร หากยาวเกินกว่านั้นคุณจะไม่สามารถเก็บดวงอาทิตย์ได้เต็มดวงภายในเฟรม

อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการที่จะเก็บภาพโคโรนาของดวงอาทิตย์ระหว่างระยะคราสเต็มดวงด้วย คุณก็ควรเลือกทางยาวโฟกัสที่สั้นลงมาอีก กล่าวคือไม่เกิน 1,400 มิลลิเมตรสำหรับกล้อง FX (เซ็นเซอร์ฟูลเฟรม) หรือ 900 มิลลิเมตรสำหรับกล้อง Nikon DX

วางกล้องบนขาตั้งที่มั่นคงแข็งแรง ปรับโฟกัสภาพด้วยตนเองโดยตั้งค่าไปที่ระยะอินฟินิตี้

หากคุณจะใช้กล้องโทรทรรศน์บนเมาท์ชนิดอิเควทอเรียล ไดรฟ์ไฟฟ้าจะเคลื่อนติดตามดวงอาทิตย์และทำให้อยู่ตำแหน่งกึ่งกลางในกล้องของคุณโดยตลอดปรากฏการณ์

ด้านหน้าเลนส์ต้องสวมฟิลเตอร์ส่องดวงอาทิตย์ตลอดช่วงของระยะคราสบางส่วน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของการถ่ายภาพและการดูด้วย ฟิลเตอร์เหล่านี้ทำหน้าที่กรองพลังงานรังสีที่มองเห็นได้และรังสีอินฟราเรดของดวงอาทิตย์ลงโดยทั่วไปที่ 100,000 เท่าตัว คุณใช้ ISO ได้เกือบทุกค่า เนื่องจากดวงอาทิตย์ให้แสงสว่างมากเหลือเฟืออยู่แล้ว ตัวคูณแสงของฟิลเตอร์ตามจริงและตัวเลือก ISO ที่ใช้เป็นส่วนสำคัญยิ่งในการกำหนดค่าแสงที่ถูกต้องเหมาะสม

วิธีที่ง่ายที่สุดในการพิจารณาเลือกใช้ค่าแสงคือการทดสอบปรับเทียบกับดวงอาทิตย์ที่ไม่มีคราสในวันฟ้าเปิด โดยทำก่อนที่จะถึงวันคราส กล้องดิจิตอลเหมาะกับงานนี้ เพราะคุณเห็นผลลัพธ์ได้แทบจะในทันที ลองถ่ายดวงอาทิตย์ตอนกลางวันด้วยค่ารูรับแสงคงที่ (เลือกค่ารูรับแสงระหว่าง f/8 ถึง f/16) โดยใช้ความไวชัตเตอร์ให้ครบทุกค่าตั้งแต่ 1/4000 วินาทีไปจนถึง 1/30 วินาที ดูความสว่างที่ได้ เลือกค่าความไวชัตเตอร์และรูรับแสงคู่ที่ดีที่สุด แล้วใช้ค่าคู่นั้นถ่ายภาพสุริยุปราคาในระยะคราสบางส่วน ฟังก์ชันกราฟฮิสโตแกรมในกล้องของคุณเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมสำหรับประเมินดูค่าแสงที่ดีที่สุด กราฟฮิสโตแกรมไม่ควรมีลักษณะตัดขาดหรือที่เรียกว่าคลิป แต่ควรอยู่ในช่วงค่าที่ค่อนข้างสว่าง ความสว่างของดวงอาทิตย์จะคงที่อยู่ตลอดระยะคราสบางส่วน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทำการชดเชยแสงแต่อย่างใด และคุณยังอาจใช้วิธีคร่อมค่าแสงด้วย เพื่อจะได้มั่นใจว่าภาพถ่ายสุริยุปราคาของคุณมีค่าแสงที่เหมาะสมที่สุดอย่างแน่นอน หากคุณดำเนินการทดสอบในวันที่แดดจัดแล้วสุริยุปราคาเกิดขึ้นในวันที่มีเมฆหมอกสลัว ให้คร่อมค่าแสงโดยบวก f/stop เพิ่มขึ้นไปอีกหนึ่งสต็อป

 

การถ่ายภาพสุริยุปราคาในระยะคราสเต็มดวง

แน่อนว่าระยะที่ชวนให้ตระการตามากที่สุดของปรากฏการณ์สุริยุปราคาคือเมื่อคราสกลืนเต็มดวง ในชั่วขณะแค่ไม่กี่นาทีหรือวินาทีนั้น โคโรนาสีขาวอมมุก เปลวสุริยะสีแดง และโครโมสเฟียร์ของดวงอาทิตย์จะปรากฏให้เราได้เห็นกัน

ความท้าทายอย่างยิ่งยวดในที่นี้คือการเก็บชุดภาพถ่ายปรากฏการณ์ที่จะคงอยู่เพียงชั่วขณะสั้นๆ ที่ว่านี้ ระหว่างระยะคราสเต็มดวง คุณต้องถอดฟิลเตอร์ส่องดวงอาทิตย์ออกทั้งหมด เนื่องจากโคโรนาของดวงอาทิตย์มีความสว่างพื้นผิวที่อ่อนแสงกว่าโฟโตสเฟียร์ของดวงอาทิตย์ถึงหนึ่งล้านเท่า การถ่ายภาพโคโรนาจึงต้องทำโดยไม่ใช้ฟิลเตอร์ อีกอย่างหนึ่ง คุณสามารถดูดวงอาทิตย์ที่ถูกคราสกลืนเต็มดวงด้วยตาเปล่าได้โดยปลอดภัยหายห่วง ไม่จำเป็นต้องใช้ฟิลเตอร์ช่วย และที่จริงแล้วฟิลเตอร์กลับจะทำให้คุณเห็นไม่ชัดเสียเปล่าๆ

โคโรนามีความสว่างโดยเฉลี่ยไม่แน่นอน โดยจะผกผันตามระยะห่างจากขอบของดวงอาทิตย์ โคโรนาตอนในจะสว่างกว่าโคโรนาตอนนอกเป็นอย่างมาก และด้วยเหตุนี้จึงไม่มีค่าแสงใดเพียงค่าเดียวที่จะสามารถเก็บช่วงไดนามิกได้อย่างสมบูรณ์ กลวิธีที่ดีที่สุดคือการเลือกค่าแสงหนึ่ง แล้วคร่อมค่าแสงโดยปรับช่วงความไวชัตเตอร์ตั้งแต่ 1/1000 วินาทีไปจนถึง 1 วินาที คุณควรซ้อมวิธีการปรับค่ากล้องและค่าแสงเหล่านี้ให้คล่องมือ เพราะเป็นเรื่องปกติที่ช่างภาพมักจะเผลอลืมตัวระหว่างที่รับชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาในระยะเต็มดวงนี้จนถึงขั้นลืมถ่ายภาพไปเสียสนิท

คลิกที่นี่เพื่อดูคู่มือแนะนำการถ่ายภาพสุริยุปราคาของ Mr. Eclipse คู่มือนี้ประกอบด้วยคำแนะนำค่าแสงหลากหลายรูปแบบตามลักษณะต่างๆ ของปรากฏการณ์สุริยุปราคา ซึ่งไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ค่าแสงใดก็ขอให้คร่อม f/stop หนึ่งหรือสองสต็อปด้วยเสมอ เพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด ใช้ฟอร์แมต RAW หากกล้องของคุณมีตัวเลือกนี้ เพราะมันให้ความยืดหยุ่นดีกว่ามากในกระบวนการปรับแต่งภาพของคุณหลังจากที่ปรากฏการณ์คราสได้ผ่านไปแล้ว

 

© Fred Espenak