Nikon Imaging | Thailand | Asia Pacific

ไลบรารีแรงบันดาลใจ

วิธีการถ่ายภาพจันทรุปราคา

28 ตุลาคม 2004 จันทรุปราคาเต็มดวง มองเห็นได้ทั่วไปจากสหรัฐอเมริกา รวมการเก็บบันทึกภาพดวงจันทร์ในช่วงต้น (ขวา) ช่วงกลาง (กลาง) และช่วงท้าย (ซ้าย) ของคราสเต็มดวง Nikon D100 ค่า f/12 นาน 4 วินาที ใช้กล้องโทรทรรศน์หักเหแสง AstroPhysics 105 EDT Refractor (4" F/6) และ AP 2X Barlow เพื่อให้ได้ทางยาวโฟกัส 1200 มม.

 

จันทรุปราคาจะเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนผ่านเงามืดของโลก ซึ่งจะเกิดขึ้นในคืนจันทร์เพ็ญเท่านั้น ในหนึ่งปีจะมีปรากฏการณ์จันทรุปราคาสองครั้งขึ้นไป

เส้นแสงดาวขณะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2000 ถ่ายด้วยกล้อง Nikon 8008 SLR เลนส์ NIKKOR 50 มม. รูรับแสง f/16 เปิดที่ f/5.6 ระหว่างคราสเต็มดวง รวมเวลาเปิดรับแสง 2 ชั่วโมง 30 นาที บนฟิล์ม Kodak Royal Gold 400 เส้นแคบๆ ที่วาดขนานไปกับแนวดวงจันทร์คือภาพของดวงดาวสุกสว่าง

จันทรุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2000 บนเกาะเมาวี รัฐฮาวาย ถ่ายด้วย Nikon 8008 SLR กับเลนส์ NIKKOR 35 มม. ในโหมดถ่ายภาพซ้อน เพื่อเก็บปรากฏการณ์คราสตั้งแต่ต้นจนจบในเฟรมเดียวกัน ใช้ฟิล์ม Kodak Royal Gold 100 ค่าแสงพื้นฐาน 1/125 วินาทีที่ f/5.6 ถูกเพิ่มขึ้นเป็น 1/8 วินาทีภายใน 15 นาทีที่คราสเต็มดวง แล้วตั้งเป็น 4 วินาทีตลอดช่วงที่คราสเต็มดวง ค่าแสงที่วัดลำดับที่สองใช้เก็บภาพท้องฟ้าย่ำรุ่งกับต้นปาล์มย้อนแสง

จันทรุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2001 ในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ถ่ายด้วย Nikon 8008 กับเลนส์ NIKKOR 35 มม. ในโหมดถ่ายภาพซ้อน เก็บภาพคราสตลอดทุกระยะโดยเว้นครั้งละห้านาที ระหว่างคราสเต็มดวง ดวงจันทร์กลายเป็นสีแดงฉาน ค่าแสงพื้นฐาน 1/125 วินาทีที่ f/5.6 ถูกเพิ่มขึ้นเป็น 1/8 วินาทีภายใน 15 นาทีที่คราสเต็มดวง แล้วตั้งเป็น 4 วินาทีตลอดช่วงที่คราสเต็มดวง ค่าแสงที่วัดลำดับที่สองใช้เก็บภาพท้องฟ้าย่ำรุ่งกับเงาย้อนแสงของวิหารโบราณแห่งเทพโพไซดอน บนฟิล์ม Kodak Royal Gold 100

จันทรุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2000 ที่เมืองดันเคิร์ก รัฐแมริแลนด์ ถ่ายด้วยกล้อง Nikon N70 SLR กับ AstroPhysics 130 EDF + ค่ารูรับแสง f/12 ฟิล์ม Kodak Royal Gold 100 และ 400 ถ่ายโดยบันทึกภาพดวงจันทร์ทุกช่วงเว้นระยะห้านาทีตลอดปรากฏการณ์คราส คุณจึงเห็นคราสได้ในทุกระยะตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ละภาพถูกสแกนแล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกันโดยใช้ Adobe Photoshop

จันทรุปราคาประเภทต่างๆ

จันทรุปราคาเงามัว ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนตัวเข้าไปในเงามัวของโลก คราสลักษณะนี้ดูไม่เด่นชัดนัก ยากที่จะสังเกตได้

จันทรุปราคาบางส่วน ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์ส่วนหนึ่งเคลื่อนตัวเข้าไปในเงามืดของโลก คราสลักษณะนี้เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนแม้จะมองด้วยตาเปล่า

จันทรุปราคาเต็มดวง ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์ทั้งดวงเคลื่อนตัวเข้าไปในเงามืดของโลก โดยในระยะสมบูรณ์ (คราสเต็มดวง) ดวงจันทร์จะกลายเป็นสีแดงสด คราสลักษณะนี้ก็เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนแม้จะมองด้วยตาเปล่าเช่นกัน

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาจะเริ่มต้นจากเสี้ยวเงาเล็กๆ ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนขอบด้านหนึ่งของดวงจันทร์ แล้วในหนึ่งชั่วโมงจากนั้น ดวงจันทร์ก็จะเคลื่อนตัวลึกเข้าไปในเงามืดของโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ในกรณีที่เป็นคราสเต็มดวง ระยะที่ราหูอมจันทร์ในไม่กี่นาทีสุดท้ายนั้นจะดูน่าตื่นตาทีเดียว เพราะจันทร์เสี้ยวที่ยังสว่างอยู่จะยิ่งบางลงทุกที พร้อมกันนั้นความมืดก็จะแผ่ปกคลุมท้องฟ้าราตรีเนื่องจากแสงจันทร์อ่อนแรงลงไป ยิ่งถ้าคุณอยู่ห่างจากแสงของตัวเมือง คุณจะเห็นทางช้างเผือกสว่างกล้างดงามจับใจในช่วงที่เริ่มเข้าระยะสุดท้ายของคราส

ไม่ว่าคุณจะมีกล้องแบบใด คุณก็สามารถประยุกต์ใช้เทคนิคมากมายหลายหลากเพื่อถ่ายภาพจันทรุปราคาได้ ทั้งมุมกว้าง เทเลโฟโต้ ภาพซ้อน และเส้นแสงดาว ทั้งนี้ แม้ว่าคุณจะใช้กล้องฟิล์มเพื่อถ่ายภาพปรากฏการณ์ราหูได้เช่นกัน แต่บทความนี้จะเจาะจงกล่าวถึงเฉพาะการใช้กล้องดิจิตอลเท่านั้น

แผนภาพแสดงดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ ระหว่างปรากฏการณ์จันทรคราส โลกมีเงาสองแบบ นั่นคือเงามัวและเงามืด (ขนาดและระยะทางไม่ได้มาตราส่วน)

มุมกว้าง

เทคนิคมุมกว้างเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการถ่ายภาพจันทรุปราคา เพียงแค่คุณใช้กล้องอะไรก็ได้ที่สามารถเปิดรูรับแสงได้นานห้าวินาทีขึ้นไป และเนื่องจากว่าคุณจะต้องเปิดรับแสงเป็นเวลานาน จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะให้กล้องอยู่บนขาตั้งกล้องที่แข็งแรงมั่นคง ถ้ากล้องของคุณต่อสายลั่นชัตเตอร์ได้ การใช้สายลั่นก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะมั่นใจได้ว่าคุณจะไม่ทำให้กล้องสั่นไหวขณะกดปุ่มชัตเตอร์ หากคุณใช้สายลั่นชัตเตอร์ไม่ได้ก็ควรใช้คุณสมบัติตั้งเวลาถ่าย เพื่อให้กล้องลั่นชัตเตอร์เองและเริ่มต้นเปิดรับแสง

สำหรับกล้องดิจิตอล COOLPIX ให้คุณตั้งค่าทางยาวโฟกัสให้กว้างที่สุด ส่วนช่างภาพที่ใช้กล้อง Nikon D-SLR รูปแบบ DX คุณควรใช้ช่วงทางยาวโฟกัสระหว่าง 18-35 มิลลิเมตร และช่างภาพที่ใช้กล้อง Nikon D-SLR รูปแบบ FX คุณสามารถใช้ช่วงทางยาวโฟกัสได้ที่ระหว่าง 28-35 มิลลิเมตร สำหรับช่างภาพที่ใช้กล้องระบบ Nikon 1 ช่วงทางยาวโฟกัสที่คุณควรใช้คือ 10-30 มิลลิเมตร ในการถ่ายภาพจันทรุปราคาด้วยมุมกว้างเช่นนี้ คุณสามารถจัดองค์ประกอบพื้นหน้าของภาพให้ดูมีความน่าสนใจได้

ค่าแสงเริ่มต้น: สำหรับค่าแสงขณะเริ่มต้น ให้ตั้งกล้องที่ ISO 400 แล้วเปิดรูรับแสงของเลนส์ให้กว้างที่สุด ลองใช้ค่าแสงหลากหลายแบบ โดยปรับความไวชัตเตอร์ให้เพิ่มขึ้นทีละ 5 วินาที ความไวชัตเตอร์คุณใช้ไม่ควรช้าเกิน 40 วินาที เพราะหากช้ากว่านั้นคุณจะเริ่มเห็นเส้นแสงดาวเกิดขึ้นในภาพ ซึ่งเกิดจากการหมุนตัวของโลก

 

เส้นแสงดาว

เมื่อคุณถ่ายภาพท้องฟ้ากลางคืนโดยเปิดรับแสงเป็นเวลานานมากๆ หลายนาทีขึ้นไป ภาพจะติดเอ็ฟเฟ็กต์ที่เรียกว่าเส้นแสงดาว เนื่องจากโลกหมุนตัว คุณจึงถ่ายเห็นแนวแสงของดวงดาว (หรือดวงจันทร์ในกรณีนี้) การถ่ายภาพจันทรุปราคาด้วยวิธีการนี้จะทำให้เห็นดวงจันทร์เคลื่อนคล้อยข้ามเฟรมไปอย่างช้าๆ หากคุณจะถ่ายภาพเส้นแสงดาว คุณต้องใช้สายลั่นชัตเตอร์อย่างแน่นอน

ค่าแสงเริ่มต้น: เริ่มจากตั้งค่า ISO ไปที่ 400 และใช้ f/stop ที่ f/8 หรือ f/11 จากนั้นตั้งความไวชัตเตอร์ให้เป็น Bulb เมื่อคราสเริ่มปรากฏ ให้คุณวางตำแหน่งดวงจันทร์ไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งของช่องมองภาพของกล้อง จัดองค์ประกอบให้มั่นใจแน่นอนว่าดวงจันทร์จะเคลื่อนผ่านขอบเขตรับภาพของกล้องระหว่างที่เปิดรับแสง ปิดระบบออโตโฟกัส แล้วโฟกัสด้วยตนเองที่ระยะอินฟินิตี้ และเปิดใช้คุณสมบัติของกล้องในการลดสัญญาณรบกวนระหว่างการเปิดหน้ากล้องเป็นเวลานานด้วย คุณควรใช้แบตเตอรี่กล้องที่ชาร์จเต็มหรือก้อนใหม่ และการ์ดหน่วยความจำที่ว่างสนิท พอคุณพร้อมลงมือถ่ายภาพแล้ว ใช้สายลั่นชัตเตอร์ล็อคชัตเตอร์ให้เปิดค้างไว้ แล้วรับชมปรากฏการณ์ราหูอมจันทร์ไปพร้อมกัน

คุณสามารถกะทิศทางการเคลื่อนตัวของดวงจันทร์อย่างคร่าวๆ ได้โดยซ้อมล่วงหน้าสักหนึ่งหรือสองคืนก่อนวันราหู ดวงจันทร์จะขึ้นช้าออกไปประมาณ 50 นาทีในแต่ละคืน ดังนั้นถ้าพยากรณ์แจ้งว่าจะเกิดจันทรคราสเวลา 22:00 น. ในคืนใด ให้คุณซ้อมในคืนก่อนหน้าที่เวลา 21:10 น.

ดวงจันทร์จะคล้อยตัวข้ามท้องฟ้าที่อัตราประมาณ 15 องศาต่อชั่วโมง ซึ่งเท่ากับว่าควรใช้เวลาราวสามชั่วโมงกว่าที่ดวงจันทร์จะเคลื่อนผ่านขอบเขตรับภาพของเลนส์ 35 มม. บนกล้อง Nikon D-SLR รูปแบบ DX หรือเลนส์ 50 มม. บนกล้อง D-SLR รูปแบบ FX

หากจันทรคราสเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ดวงจันทร์จะยังลอยสูงขึ้นอีก โดยมีทิศทางการเคลื่อนตัวสูงขึ้นไปทางด้านขวาหากคุณหันหน้าเข้าหาดวงจันทร์ ถ้าคราสเกิดขึ้นตอนกลางดึก ดวงจันทร์จะเคลื่อนตัวในทิศทางจากซ้ายไปขวา และถ้าหากคราสเกิดขึ้นตอนเช้ามืดก็เท่ากับว่าดวงจันทร์ใกล้จะตกแล้ว ดังนั้นทิศทางการเคลื่อนตัวก็จะคล้อยลงต่ำไปทางด้านขวา ทิศทางดังที่กล่าวข้างต้นนี้หมายถึงซีกโลกเหนือเส้นศูนย์สูตรเท่านั้น หากคุณอยู่ในเขตซีกโลกใต้ การเคลื่อนตัวในทิศทางซ้ายกับขวาจะสลับเป็นตรงกันข้าม

ในการถ่ายภาพจันทรุปราคาโดยใช้เทคนิคมุมกว้าง เท่ากับว่าคุณจะได้ภาพคราสในชั่วขณะเดียว ส่วนในการใช้เทคนิคเส้นแสงดาวนี้ คุณจะต้องถ่ายภาพคราสเป็นเวลาหลายชั่วโมง... เทคนิคถ่ายภาพซ้อนจะเป็นการนำข้อดีของทั้งสองมารวมกัน

จันทรุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2000 บนเกาะเมาวี รัฐฮาวาย ถ่ายด้วย Nikon 8008 SLR กับเลนส์ NIKKOR 35 มม. ในโหมดถ่ายภาพซ้อน เพื่อเก็บปรากฏการณ์คราสตั้งแต่ต้นจนจบในเฟรมเดียวกัน ใช้ฟิล์ม Kodak Royal Gold 100 ค่าแสงพื้นฐาน 1/125 วินาทีที่ f/5.6 ถูกเพิ่มขึ้นเป็น 1/8 วินาทีภายใน 15 นาทีที่คราสเต็มดวง แล้วตั้งเป็น 4 วินาทีตลอดช่วงที่คราสเต็มดวง ค่าแสงที่วัดลำดับที่สองใช้เก็บภาพท้องฟ้าย่ำรุ่งกับต้นปาล์มย้อนแสง

การถ่ายภาพซ้อน

ในการถ่ายภาพจันทรุปราคาโดยใช้เทคนิคมุมกว้าง เท่ากับว่าคุณจะได้ภาพคราสในชั่วขณะเดียว ส่วนในการใช้เทคนิคเส้นแสงดาว คุณจะต้องถ่ายภาพคราสเป็นเวลาหลายชั่วโมงในเฟรมเดียวกัน เทคนิคถ่ายภาพซ้อนจะเป็นการนำข้อดีของทั้งสองมารวมกัน โดยเก็บบันทึกลำดับเหตุการณ์ลงในหลายภาพแยกกัน จึงจะแสดงให้เห็นคราสในระยะต่างๆ

โดยใช้กล้องดิจิตอล คุณจะต้องถ่ายภาพออกมาชุดหนึ่ง และบันทึกแต่ละภาพเป็นไฟล์แยกกันในกล้อง แล้วในกระบวนการหลังถ่ายทำ คุณจึงใช้ซอฟต์แวร์อย่าง Adobe Photoshop เพื่อรวมหรือ “ซ้อน” ไฟล์ภาพชุดนี้เข้าด้วยกันเป็นภาพเดียวที่แสดงให้เห็นลำดับภาพของดวงจันทร์ดวงเล็กๆ โดยแต่ละดวงมีคราสเข้าครอบคลุมในระยะต่างๆ

ค่าแสงเริ่มต้น: ในการถ่ายภาพซ้อนระหว่างปรากฏการณ์จันทรุปราคา คุณสามารถตั้งค่ากล้องและจัดเฟรมภาพด้วยวิธีการเดียวกับการถ่ายภาพเส้นแสงดาว เพียงแต่ว่าแทนที่จะถ่ายภาพด้วยการเปิดรับแสงนานเพียงครั้งเดียว คุณจะต้องถ่ายภาพด้วยการเปิดรับแสงสั้นๆ ออกมาเป็นภาพชุดระหว่างคราสระยะต่างๆ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือกล้องจะต้องยึดอยู่กับขาตั้งที่มั่นคง ไม่มีการเคลื่อนกล้องตลอดช่วงเวลาจันทรคราส

ถ่ายภาพช็อตแรกเมื่อคราสเริ่มต้นกล้ำกรายเข้าหาดวงจันทร์ จากนั้นถ่ายช็อตต่อไปเพิ่มเติมอีกในทุก 5 ถึง 10 นาที โดยขอให้คุณรักษาความสม่ำเสมอ เว้นช่วงจังหวะเวลาเท่ากันในระหว่างช็อต เพื่อที่ภาพผลลัพธ์จะได้เห็นดวงจันทร์มีระยะห่างเท่ากันสม่ำเสมอพร้อมกับที่เห็นคราสกลืนดวงจันทร์

เนื่องจากความสว่างของดวงจันทร์จะแปรผันไปในระหว่างปรากฏการณ์นี้ คุณจึงจะต้องเปลี่ยนค่าแสงโดยตลอด คลิกที่นี่เพื่อดูคู่มือแนะนำการถ่ายภาพจันทรุปราคาของ Mr. Eclipse ที่จะช่วยให้คุณคำนวณค่าแสงที่ถูกต้องได้สำหรับแต่ละระยะคราส โดยขึ้นอยู่กับค่า ISO และ f/stop ที่คุณเลือก

กล่าวคือ สมมุติว่าคุณใช้ค่า ISO 400 ที่ f/8 คู่มือนี้จะแนะนำให้ใช้ค่าความไวชัตเตอร์ 1/1000 วินาทีเมื่อเสี้ยวคราสเริ่มปรากฏ แล้วความไวชัตเตอร์ต่อขนาดคราส (ความสว่าง) 0.3, 0.6, 0.8 และ 0.9 ก็จะผันเป็น 1/500, 1/250, 1/125 และ 1/60 วินาทีตามลำดับ ซึ่งไม่ว่าคุณจะใช้ค่าแสงเท่าใดก็จะเป็นการดีหากคุณถ่ายคร่อมบวกลบหนึ่ง f/stop จากค่าที่แนะนำดังกล่าวไว้ด้วย คุณทำเช่นนี้ได้ง่ายๆ โดยเพียงแค่ตั้งค่ากล้องสำหรับการถ่ายคร่อมไว้ตั้งแต่ก่อนที่จันทรุปราคาจะเริ่มต้น

 

เทเลโฟโต้

หากต้องการถ่ายภาพดวงจันทร์ขนาดใหญ่ระหว่างที่เกิดจันทรุปราคา คุณจะต้องใช้เลนส์เทเลโฟโต้ขนาดยาวหรือกล้องโทรทรรศน์ หรือคุณจะใช้กล้องดิจิตอล COOLPIX P&S พร้อมซูเปอร์ซูมก็ได้ หากใช้ D-SLR คุณสามารถประกอบเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้เข้ากับเทเลคอนเวอร์เตอร์เพื่อเพิ่มทางยาวโฟกัสได้ และคุณยังสามารถเพิ่มขนาดสัมพัทธ์ของภาพดวงจันทร์ในกล้องรูปแบบ FX โดยเลือกโหมดการตัดส่วนภาพ DX ได้อีกด้วย

มีกล้องโทรทรรศน์หลายชนิดที่ให้คุณต่อเข้ากับกล้องได้โดยใช้อะแดปเตอร์ การใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีเมาท์ชนิดอิเควทอเรียลและคล็อกไดรฟ์ไฟฟ้าซึ่งช่วยปรับฐานตามการหมุนตัวของโลก จะทำให้คุณสามารถตั้งกล้องติดตามดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว เพื่อการถ่ายภาพดวงดาวแบบเปิดรับแสงนานได้

ค่าแสงเริ่มต้น: คู่มือแนะนำการถ่ายภาพจันทรุปราคาเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการถ่ายภาพดวงจันทร์ระหว่างปรากฏการณ์นี้ โดยใช้เลนส์เทเลโฟโต้หรือซูเปอร์เทเลโฟโต้ หรือกล้องโทรทรรศน์ คร่อมค่าแสงของคุณไว้โดยให้บวกและลบ f/stop หนึ่งหรือสองสต็อปจากค่าแสงที่พอดี เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้ช็อตที่สมบูรณ์แบบแน่นอน โดยเพื่อให้ได้ชุดลำดับภาพที่ดี คุณน่าจะต้องถ่ายภาพชุดโดยคร่อมค่าแสงทุกภาพตลอดทุก 10 นาที

ขณะที่คราสกลืนเต็มดวงแล้ว ดวงจันทร์อาจจะให้สีและความสว่างแตกต่างกันได้เป็นอย่างมาก ฮิวสีอาจเป็นได้ทั้งสีส้มสด แดงจัด น้ำตาลแก่ หรือเทา สีสันตรงนี้เกิดจากแสงอาทิตย์ที่ส่องโดยอ้อมหักเหและถูกกรองผ่านชั้นบรรยากาศของโลกก่อนจะไปถึงดวงจันทร์ คุณยังสามารถใช้ระบบวัดแสงเฉพาะจุดของกล้องเพื่ออ่านค่าแสงตามจริงของดวงจันทร์ แล้วคร่อมค่าแสงของคุณจากค่าที่ได้มานั้นก็ได้

 

© Fred Espenak