Nikon Imaging | Thailand | Asia Pacific

ไลบรารีแรงบันดาลใจ

เก็บภาพดวงจันทร์

ดวงจันทร์เปลี่ยนโฉมได้หลายขนาด รูปทรง และแม้แต่สีสัน จึงอาจเป็นตัวแบบที่ไม่ง่ายนักสำหรับช่างภาพ ด้วยขนาด ความสามารถในการสะท้อนแสง และอิทธิพลของดวงจันทร์ที่ส่งผลให้แรงโน้มถ่วงโลกเปลี่ยนแปลง ทำให้มนุษย์ต่างให้ความสนใจนับตั้งแต่โบราณกาล ดาวบริวารที่น่าหลงใหลดวงนี้จะผันแปรเป็นรูปโฉมต่างๆ ในแต่ละเดือน จึงเป็นตัวแบบที่น่าสนใจสำหรับการถ่ายภาพตลอดทั้งปี เนื่องจากคุณลักษณะที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอนี้เอง

ข้างขึ้นข้างแรม

ดวงจันทร์ไม่ได้เปล่งแสงสว่างออกมาจากตัวเองแต่อย่างใด แต่เป็นการสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ วงโคจรและเส้นโคจรของดวงจันทร์หมุนวนอย่างต่อเนื่องรอบโลก ซึ่งเป็นสาเหตุให้ดวงจันทร์ผันเปลี่ยนไปในแต่ละดิถี โดยเริ่มจากทรงเต็มดวง แล้วค่อยๆ กลายเป็นทรงเสี้ยวขนาดต่างๆ ทิศทางการโคจรของดวงจันทร์เป็นสาเหตุให้จันทร์ข้างขึ้นจะขยายทรงจากทางด้านขวาเสมอจนกระทั่งกลายเป็นจันทร์เต็มดวง จากนั้นจึงเข้าสู่ข้างแรมซึ่งแหล่งแสงจะขยับไปเป็นด้านซ้าย หากคุณทำความเข้าใจเรื่องข้างขึ้นและข้างแรมก็จะวางแผนการถ่ายภาพได้อย่างเหมาะสม และสามารถถ่ายภาพดิถีจันทร์ในลักษณะที่คุณต้องการได้สมดังใจ

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสรรพ

การใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จเป็นอย่างมากในการถ่ายภาพดวงจันทร์ อันดับแรก ให้ใช้เลนส์เทเลโฟโต้ที่มีทางยาวโฟกัสอย่างน้อย 200 มม. เช่น AF-S NIKKOR 200-500 มม. f/5.6E ED VR เลนส์มุมกว้างโดยทั่วไปจะทำให้วัตถุห่างไกลดูเล็กลงกว่าปกติ ส่วนเลนส์เทเลโฟโต้จะให้ผลลัพธ์เป็นอัตราการขยายและรายละเอียดที่มากขึ้นเมื่อคุณถ่ายภาพโคลสอัพดวงจันทร์ อันดับที่สอง ตั้งกล้องของคุณไว้บนขาตั้งเพื่อไม่ให้เกิดความพร่ามัวในภาพเมื่อต้องรับมือกับปริมาณแสงน้อย ยิ่งมีอัตราการขยายภาพวัตถุมากขึ้นจากการใช้เลนส์เทเลโฟโต้ การขยับเขยื้อนกล้องแม้เพียงนิดเดียวก็จะปรากฏชัดเจน อันดับที่สาม เพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้กล้องสั่น คุณควรใช้รีโมทไร้สายหรือสายลั่นชัตเตอร์เพื่อสั่งการถ่ายภาพโดยที่ไม่ต้องกดปุ่มลั่นชัตเตอร์ด้วยตนเอง หรือคุณอาจใช้ระบบตั้งเวลาถ่ายของกล้องก็ได้ผลดีเช่นกัน

กำหนดค่าแสงให้ถูกต้อง

บนพื้นผิวดวงจันทร์มีหลุมอุกกาบาต ร่องลึก และภูเขาประปรายอยู่ทั่วไป ซึ่งจะเห็นชัดเพียงใดก็ตามแต่ละช่วงของข้างขึ้นข้างแรม ถึงกระนั้น ดวงจันทร์ก็อาจกลายเป็นวงกลมสีขาวโพลนได้หากกล้องเปิดรับแสงมากเกินไป เนื่องจากระบบวัดแสงทำงานไม่เหมาะสมเพราะบริเวณรอบข้างมืดสนิท ในการรับมือกับปัญหาข้อนี้ สิ่งสำคัญคือคุณควรทดลองคร่อมค่าแสงดูหลายๆ ระดับ วิธีหนึ่งคือการเปลี่ยนค่าแสงด้วยตัวคุณเอง โดยปรับที่การชดเชยแสง (+/-) ถ่ายหนึ่งภาพโดยใช้ค่าอัตโนมัติ จากนั้นถ่ายช็อตเดิมซ้ำโดยใช้ +/-0.5EV ต่อด้วย +/-1EV แล้วไล่ต่อไปเป็น +/-1.5EV ขึ้นไปอีกเรื่อยๆ อีกวิธีหนึ่งคือการใช้โหมดวัดแสงเฉพาะจุดของกล้อง โดยให้วัดที่ดวงจันทร์ซึ่งน่าจะเป็นส่วนที่สว่างมากที่สุดในภาพของคุณ คุณยังสามารถใช้ความไวชัตเตอร์ที่ช้ากว่า 1 วินาที ตั้งโฟกัสไปที่ระยะอินฟินิตี้ และรูรับแสงที่ f/11 หรือ f/16 ในการถ่ายภาพ การถ่ายภาพในช่วงสนธยามีข้อดีตรงที่ท้องฟ้าสีน้ำเงินกับดวงจันทร์ที่สว่างเต็มที่จะมีคอนทราสต์ต่ำกว่าตอนมืด

กำหนดกรอบของฉาก

นอกจากการถ่ายภาพโคลสอัพดวงจันทร์สวยๆ เพียงอย่างเดียว คุณอาจลองคิดสร้างสรรค์เพิ่มเติมโดยวางตำแหน่งดวงจันทร์ให้อยู่กับสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เพื่อให้เกิดเป็นองค์ประกอบภาพที่ซับซ้อนและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น คุณอาจจัดวางให้ดวงจันทร์อยู่หลังต้นไม้ หรือให้สะท้อนเงาบนผิวทะเลสาบที่เรียบนิ่ง การเสริมวัตถุอื่นเข้าไปในพื้นหน้าจะช่วยให้ภาพดูมีบริบท ตลอดจนแสดงให้เห็นอัตราส่วนและขนาดของดวงจันทร์ คุณอาจทดลองเล่นกับเทคนิคอีกแบบที่เรียกว่าการถ่ายภาพซ้อน กล้อง Nikon บางรุ่น เช่น D850 และ D7500 มีฟังก์ชันในตัวที่ช่วยให้คุณรวมหลายภาพเข้าด้วยกันเป็นเฟรมเดียวได้ เทคนิคนี้จะเปิดโอกาสให้คุณสร้างสรรค์องค์ประกอบภาพที่แปลกใหม่และน่าทึ่งได้ โดยมีดวงจันทร์หลายดวงอยู่ในภาพเดียว

สะพายกล้องของคุณออกไปอาบแสงจันทร์ แล้วเก็บเกี่ยวภาพดาวบริวารตามธรรมชาติอันยิ่งใหญ่นี้มาชื่นชม